่อนายฟันโดนฉันก่อนนะ!”“เดือดดาลดั่งอัสนีบาต ว่องไวดุจกงล้อหมุน” หลินชีเยี่ยเปล่งวาจา ก้าวออกไปหนึ่งก้าวร่างของเขาพลันเลือนหายไปในอากาศ ตาเปล่าแทบมองไม่เห็น ราวกับเงาลวงตา ในชั่วพริบตาก็มาอยู่ตรงหน้าเหวยซิวหมิงแล้ว!ด้วยพลังจาก [กวีแห่งนภา] ผสานกับ [นักร่ายรำยามราตรี] ความเร็วของหลินชีเยี่ยได้ทะลุขีดจำกัดของขั้นชวนไปสู่ขั้นมหาสมุทรแล้ว ไม่แพ้แม้แต่ผู้ครอบครองผนึกต้องห้ามขั้นมหาสมุทรบางคนที่เน้นเพิ่มความเร็วโดยเฉพาะเหวยซิวหมิงเบิกตาโพลง สายตาพยายามไล่ตามเงาดำนั้น ทว่าการเคลื่อนไหวกลับช้าไปหนึ่งจังหวะเขาฟันดาบออกไปหลายครั้งติดต่อกัน แต่ก็ไม่สามารถโจมตีหลินชีเยี่ยที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงได้ กลับกลายเป็นทำให้กระจกบานใหญ่แตกอีกหลายบาน ห้องประชุมที่ตั้งอยู่บนยอดตึกสูงบัดนี้มีลมพัดเข้ามาจากทุกทิศทาง ภายในห้องรกรุงรังไปหมดทันใดนั้น แสงดาบก็ปรากฏขึ้นด้านหลังเหวยซิวหมิงดาบของเหวยซิวหมิงพยายามหมุนกลับมาป้องกัน แต่ก็ไม่ทันความเร็วของเด็กหนุ่ม ใบมีดเฉียดผ่านดาบตรงเล่มนั้น ลดทอนแรงปะทะลงได้เล็กน้อย แต่แล้วรอยบาดก็ปรากฏขึ้นบนชุดสูทของเขา ทิ้งรอยแผลเป็นทางยาวไว้บนแผ่นหลังเหวยซิวหมิงเซถลาไปข้างหลัง ดวงตาฉายแววโกรธเกรี้ยวเขาวาดดาบเป็นวงครึ่งวงกลมอย่างรวดเร็ว สร้างคมดาบบางเฉียบพุ่งออกไปครอบคลุมพื้นที่หนึ่งร้อยแปดสิบองศาเบื้องหน้า!สีหน้าของหลินชีเยี่ยแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะเขาหลบไม่พ้น แต่เ