“แต่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร” ไป๋หลี่จิ่งพูดอย่างสงบ “แม้แต่หน่วยรบพิเศษก็ไม่ได้เป็นหนึ่งเดียวกันเสมอไป ยิ่งเป็นแค่หน่วยสำรองที่เพิ่งตั้งมาเดือนกว่าๆ ด้วยแล้วแค่เราเสนอผลประโยชน์มากพอ ก็ไม่ยากที่จะทำให้พวกเขาปิดปาก อีกอย่าง ใบสมัครเข้าหน่วยของนายก็ถูกพ่อกักไว้นานแล้ว ตราบใดที่เอกสารยังไม่ได้เซ็น นายก็ยังไม่ใช่สมาชิกหน่วยสำรอง แม้แต่ตอนนี้นายก็ไม่ใช่หน่วยพิทักษ์ราตรีแล้วด้วยซ้ำพวกเขาไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับเรื่องของตระกูลไป๋หลี่ของเรา ได้ยินมาว่า หลินชีเยี่ย หัวหน้าหน่วยสำรองคนนั้นเป็นคนฉลาด ระหว่างเลือกคนไร้ค่าที่เสียการสนับสนุนจากตระกูลไป กับเลือกรับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากตระกูลไป๋หลี่ ฉันคิดว่าเขาคงเลือกได้ถูกต้อง”ไป๋หลี่พั่งพั่งได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาเปล่งประกายริบหรี่ ก่อนจะหัวเราะอย่างอ่อนแรง“นายหัวเราะอะไร?” ไป๋หลี่จิ่งขมวดคิ้วถาม“ผมก็นึกว่าจะเป็นแผนที่ชาญฉลาดอะไร ตอนนี้ดูแล้วก็แค่นี้เอง……” ไป๋หลี่พั่งพั่งหัวเราะไปพลางกระอักเลือดออกมา ก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้าซีดขาว “ถึงแม้ทุกอย่างที่พวกนายวางแผนไว้จะรัดกุมแค่ไหน แต่ตราบใดที่ชีเยี่ยยังมีชีวิตอยู่ ตราบใดที่เขายังจำผมได้ พวกนายก็ต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน!พวกนายดูถูกหลินชีเยี่ยเกินไปแล้ว! ชีเยี่ยไม่มีทางทิ้งผมหรอก พอเขารู้ความจริง เขาจะต้องพลิกทั้งไป๋หลี่กรุ๊ปให้ได้ เขาจะทำให้ทั้งไป๋หลี่กรุ๊ปต้องตายตามผมไป!”ไป๋หลี่พั่งพั่งหั