ไป๋หลี่พั่งพั่งเห็นภาพนี้แล้วขมวดคิ้วแน่นเขายันมือบนโต๊ะทำงาน แล้วกระโดดข้ามโต๊ะอย่างคล่องแคล่ว ลงมายืนตรงหน้าไป๋หลี่จิ่งที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ กำมือขวาแน่น แล้วเอ่ยเสียงเย็น“แม้นายจะเป็นลูกบุญธรรมของตระกูลไป๋หลี่ของเรา แต่ตั้งแต่เด็กจนโต พวกเราเคยทำให้นายขาดตกบกพร่องตรงไหน? ทุกอย่างที่ผมมี นายก็มีทั้งหมด นายยังมีบางอย่างมากกว่าผมด้วยซ้ำ!พ่อมอบทั้งบริษัทให้นายดูแล ก็เพราะเขาไว้ใจนาย! เพราะพวกเราไว้ใจนาย! นายมีความสามารถมากกว่าผม มีคุณสมบัติในการบริหารไป๋หลี่กรุ๊ปมากกว่า จุดนี้ผมรู้ดี ตั้งแต่ต้นจนจบผมไม่เคยคิดจะผูกขาดอำนาจ แล้วผมก็ไม่สนใจเรื่องพวกนี้ด้วยสิ่งที่ผมคิดคือหลังจากผมสืบทอดไป๋หลี่กรุ๊ปแล้ว ก็จะมอบอำนาจทั้งหมดให้นายเป็นคนบริหารไป๋หลี่กรุ๊ปแทนผมต่อไป ตอนนั้นพวกเราสองพี่น้อง ผมออกไปต่อสู้บุกเบิกข้างนอก นายอยู่บ้านดูแลกิจการ แบบนี้มันไม่ดีหรือไง?”ไป๋หลี่พั่งพั่งจ้องตาไป๋หลี่จิ่งเขม็ง กัดฟันพูดว่า“ผมคิดกับนายเหมือนพี่น้อง แล้วนายล่ะ? นายอยากฆ่าผม! วางระเบิดเครื่องบิน ชักใยผู้ใช้วัตถุต้องห้ามทั้งสี่ วางกับดักทั่วกว่างเซิน……ฮึ! ไป๋หลี่จิ่ง นายกล้ามาก! ตระกูลไป๋หลี่ของเรา ทำไมถึงมีคนอกตัญญูอย่างนายได้?!”ไป๋หลี่พั่งพั่งแทบจะตะโกนประโยคสุดท้ายออกมา เขายกกำปั้นขึ้นอย่างแรง ชกใส่ใบหน้าของไป๋หลี่จิ่ง เสียงลมหวีดหวิวดังสนั่น พลังน่าสะพรึงกลัวยิ่งนักไป๋หลี่จิ่งที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หรี่ตาลง