ยกมือขวาขึ้นเบาๆบนนิ้วโป้งของเขา แหวนหยกสีเขียวมรกตเปล่งประกายวูบหนึ่งในชั่วพริบตา แหวนวงนั้นก็แยกส่วนออกโดยอัตโนมัติ ราวกับคลื่นน้ำที่ปกคลุมมือขวาของไป๋หลี่จิ่ง กลายเป็นถุงมือเกราะหยกสีเขียว รับหมัดของไป๋หลี่พั่งพั่งไว้อย่างมั่นคงตูม!!เสียงปะทะทุ้มต่ำก้องไปทั่วห้องทำงานหมัดของไป๋หลี่พั่งพั่งถูกไป๋หลี่จิ่งจับไว้อย่างง่ายดาย ไป๋หลี่จิ่งที่นั่งอยู่บนเก้าโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ดวงตาฉายแววเย้ยหยัน“ฉันเป็นคนอกตัญญูของตระกูลไป๋หลี่? ฮ่ะๆๆๆ”เสียงหัวเราะของไป๋หลี่จิ่งหยุดกะทันหัน เขาจ้องตาไป๋หลี่พั่งพั่ง รอยยิ้มค่อยๆ จางหาย พูดช้าๆ ว่า “ผ่านมาหลายปีแล้ว ทำไมนายยังซื่อบื้ออยู่อีก?”เมื่อไป๋หลี่พั่งพั่งเห็นถุงมือเกราะหยกนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย “ไป๋หลี่จิ่ง นายคิดจะใช้วัตถุต้องห้ามมาสู้กับผมที่นี่เลยเหรอ?”“แล้วยังไงล่ะ?”มือของไป๋หลี่จิ่งบีบแรงขึ้นทันที หมัดของไป๋หลี่พั่งพั่งส่งเสียงดังกร๊อบเบาๆ ใบหน้าของเขาซีดเซียว ตัดสินใจล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า“ในเมื่อนายอยากสู้ ผมก็จะสนองความต้องการของนาย”ทันใดนั้น ร่างของเขาก็หยุดชะงักอยู่กับที่มือของเขาลูบคลำในกระเป๋าซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากนั้นจึงก้มมองลงไป เห็นฝ่ามือที่ว่างเปล่า ดวงตาฉายแววตกตะลึง“[พื้นที่อิสระ] หายไปไหน?” เขาพึมพำอย่างงุนงง “เป็นไปไม่ได้ ผมแน่ใจว่าพกติดตัวมาด้วย ทำไมถึงเปิดมันไม่ได้? แล้วพลังจิตของผมล่ะ?”ไป๋หลี่พั่งพั่งขมวดคิ้วมุ่น