นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างไม่แน่ใจ “การแย่งชิงอำนาจภายในตระกูล?”“เป็นไปได้”“ธุรกิจของตระกูลไป๋หลี่ใหญ่โตมาก ตำแหน่งประธานไป๋หลี่กรุ๊ปและผู้นำตระกูล มีค่าพอที่จะทำให้คนส่วนใหญ่คลั่งไคล้ได้ ถ้าไป๋หลี่จิ่งคนนี้มีอำนาจจริงอย่างที่ฉางคังเซิ่งบอก การที่เขาไม่ยอมรับไป๋หลี่พั่งพั่ง และแอบขัดขาเขาก็ไม่แปลก” อันชิงอวี๋วิเคราะห์อย่างละเอียดหลินชีเยี่ยไม่ตอบ เพียงแต่มองออกไปนอกหน้าต่างเงียบๆ หลังจากผ่านไปนาน เขาก็ถอนหายใจยาว“เป็นอะไรเหรอ?”“ถ้าเป็นแค่การแย่งชิงอำนาจภายในตระกูลธรรมดา ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่……” หลินชีเยี่ยตอบช้าๆ “แค่ประธานไป๋หลี่ยืนหยัดอยู่ข้างพั่งพั่งตลอด พวกเขาก็ไม่มีทางสร้างความวุ่นวายอะไรได้”อันชิงอวี๋พยักหน้า “ก็จริง ในเมื่อประธานไป๋หลี่สามารถดูแลไป๋หลี่กรุ๊ปทั้งหมดได้ เขาย่อมไม่ใช่คนโง่ เขาน่าจะคาดเดาได้ตั้งแต่แรกแล้วว่าจะมีคนไม่ยอมรับไป๋หลี่พั่งพั่ง และแอบขัดขาเขา แค่เขาออกหน้าเข้ามาจัดการ คนอื่นก็ไม่มีทางสั่นคลอนตำแหน่งของไป๋หลี่พั่งพั่งได้”พูดจบ อันชิงอวี๋เห็นสีหน้าของหลินชีเยี่ยยังคงเคร่งเครียด จึงถามอย่างสงสัย “ในเมื่อตำแหน่งของไป๋หลี่พั่งพั่งไม่มีทางถูกสั่นคลอนได้ แล้วนายยังกังวลอะไรอีก?”หลินชีเยี่ยส่ายหน้า หมุนตัวเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น“หวังว่าฉันคงคิดมากไปเองนะ……”……วิลล่าหรูหลังหนึ่ง ณ เมืองกว่างเซินชายวัยกลางคนคนหนึ่งนั่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ เขากำลังหมุนแก้วไวน์ในม