วี๊ด~~!!เสียงเครื่องยนต์ดังกึกก้อง เครื่องบินลำหนึ่งค่อยๆ ร่อนลงจากท้องฟ้า แล้วลงจอดบนรันเวย์อย่างนุ่มนวล“ท่านผู้โดยสารที่เคารพ เที่ยวบินได้มาถึงสนามบินชิงอวิ๋นในเมืองกว่างเซินแล้ว กรุณาตรวจสอบสัมภาระของท่าน……” เสียงประกาศไพเราะของพนักงานต้อนรับดังก้องในห้องโดยสาร หลินชีเยี่ยเดินออกจากเครื่องบินพร้อมกับผู้โดยสารคนอื่นๆ เป็นแถวยาว ผ่านทางเดินเข้าสู่ห้องโถงผู้โดยสารขาเข้าหลังจากรับกระเป๋าเดินทางเรียบร้อยแล้ว ทั้งสี่คนยืนอยู่ที่ประตูทางเข้าบริเวณผู้โดยสารขาเข้า มองดูแถวรถแท็กซี่ที่ยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตา แล้วต่างก็ตกอยู่ในความเงียบ“ชีเยี่ย พวกเราจะไปไหนกันต่อดี? ไปหาโรงแรมก่อนหรือไปตระกูลไป๋หลี่ก่อนดี?” เฉาเยวียนอดถามไม่ได้ “พวกเราก็ไม่คุ้นเคยกับกว่างเซินนี่ นั่งแท็กซี่จะโดนโก่งราคาไหมนะ?”หลินชีเยี่ยมองดูกระแสรถที่ไหลผ่านตรงหน้า แล้วถอนหายใจยาวตามแผนเดิม พวกเขาควรจะมาถึงกว่างเซินตอนเที่ยงวันพรุ่งนี้ ไป๋หลี่พั่งพั่งก็จัดคนมารับไว้แล้ว แต่ครั้งนี้พวกเขามาถึงก่อนกำหนดโดยไม่ได้แจ้งให้คนของตระกูลไป๋หลี่ทราบ จึงตกอยู่ในความสับสนชั่วขณะไม่ใช่ว่าหลินชีเยี่ยเสียดายค่าแท็กซี่ แต่เพราะตระกูลไป๋หลี่มีธุรกิจในเมืองกว่างเซินมากมายเหลือเกิน เขาไม่รู้เลยว่าควรไปหาไป๋หลี่พั่งพั่งที่ไหนในขณะที่ทุกคนกำลังขมวดคิ้วด้วยความกังวล รถลินคอล์นสีดำคันหนึ่งก็ค่อยๆ จอดลงตรงหน้าพวกเขา ชายหนุ่มรูปงามในชุดสูทสวมถุงมื