ไป๋หลี่พั่งพั่งเห็นเจิงเจิงเดินออกมาจากห้อง จึงหันไปโบกมือลาเพื่อน ‘สนิท’ ทั้งสามคน แล้วเดินเข้าไปในห้องผู้ป่วยทันทีเจิงเจิงขมวดคิ้ว พินิจพิจารณาใบหน้าด้านข้างของไป๋หลี่พั่งพั่งอย่างละเอียดขณะที่เขาเดินผ่านเธอไป ดวงตาเต็มไปด้วยความสงสัยปัง!ไป๋หลี่พั่งพั่งเดินเข้าห้องแล้วล็อคประตูทันทีเจิงเจิงมองไปที่ซุนหลวนและอีกสองคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยสีหน้าประหลาด “เขาเป็นใคร?”“โอ้ ดูเหมือนจะเป็นเพื่อนของมอลลี่” ซุนหลวนอธิบาย คิดสักครู่แล้วเสริมว่า “เป็นคนใจกว้างดีนะ……”มอลลี่เห็นไป๋หลี่พั่งพั่งเดินเข้ามาในห้อง เธอตกใจเล็กน้อยก่อนที่รอยยิ้มอ่อนใจจะปรากฏบนใบหน้า“นายกล้ามาจริงๆ ด้วย พวกเขายังอยู่ข้างนอกนะ นายไม่กลัวเหรอว่าพวกเขาจะจำนายได้แล้วซ้อมนาย?”“ถ้าจะซ้อมก็ซ้อมไปเถอะ ถึงพวกเขาจะทุบขาผมจนหัก ผมก็จะนั่งรถเข็นมาเยี่ยมเธอ” ไป๋หลี่พั่งพั่งยิ้มมอลลี่ได้ยินประโยคนั้น แก้มเธอแดงเรื่อ เธอผินหน้าไปทางอื่น“มอลลี่ ผมเตรียมของขวัญมาให้เธอ” ไป๋หลี่พั่งพั่งเดินไปนั่งข้างเตียง หยิบกล่องของขวัญสวยงามออกจากกระเป๋า ยื่นให้มอลลี่มอลลี่มองกล่องของขวัญ สีหน้าประหลาดใจ “ไม่ใช่นาฬิกาโรเล็กซ์หรืออะไรทำนองนั้นใช่ไหม?”“ไม่ๆๆ เธอเปิดดูสิ แล้วจะรู้เอง” ไป๋หลี่พั่งพั่งโบกมือปฏิเสธมอลลี่แกะกล่องของขวัญ ตรงกลางกล่องมีเครื่องรางไม้จันทน์หอมชิ้นหนึ่งห่อหุ้มด้วยโฟมอย่างระมัดระวัง เธอตกใจเล็กน้อย เงยหน้ามองไป๋หลี่พั่งพั่ง“ว