งอวี๋ชี้มือไปทางหนึ่ง“ทางโน้นเหรอ?” ไป๋หลี่พั่งพั่งมองไปทางวัดที่อยู่ไกลออกไปแล้วเกาหัว “พวกเขาไปไหว้พระเหรอ?”“น่าจะใช่” เฉาเยวียนพยักหน้า“นิสัยชีเยี่ย เขาคงไม่ไปไหว้พระหรอก ดังนั้นคนที่ไปไหว้น่าจะเป็นพี่หลาน……”ไป๋หลี่พั่งพั่งดูเหมือนจะนึกอะไรออก หันไปสบตากับเฉาเยวียน สายตาของทั้งสองคนก็ดูแปลกๆ ขึ้นมาทันทีไม่กี่นาทีต่อมา หลินชีเยี่ยก็พาเจียหลานที่ดูหงอยๆ เดินกลับมา“ชีเยี่ย พวกนายไปไหนมา?” ไป๋หลี่พั่งพั่งถาม“เจียหลานบอกว่าอยากไปจุดธูป ก็เลยให้ฉันไปเป็นเพื่อน” หลินชีเยี่ยตอบอย่างสงบ“อ้อ… แล้วนายก็จุดด้วยเหรอ?”“ไม่ได้จุด ฉันยืนดูอยู่ข้างๆ”“เธออธิษฐานขออะไร?” ไป๋หลี่พั่งพั่งถามอย่างระแวดระวังหลินชีเยี่ยครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วตอบว่า “ฉันไม่รู้ว่าเธออธิษฐานขออะไร แต่ยังไงพอเธอกำลังจะก้มลงไหว้ ธูปก็ดับไปเอง……สามครั้ง”ไป๋หลี่พั่งพั่ง “……”คุณชายไป๋หลี่หันไปมองเจียหลานที่มีสีหน้าเศร้าสร้อย แล้วถอนหายใจเงียบๆ“ต่อไปจะไปไหนกัน?” เฉาเยวียนถามดวงตาของไป๋หลี่พั่งพั่งเปล่งประกายขึ้นเล็กน้อย “ไปเยี่ยมมอลลี่ที่โรงพยาบาลสิ! แล้วก็เอาเครื่องรางไปให้เธอด้วย!”อันชิงอวี๋ที่อยู่ข้างๆ ยักไหล่ “พวกนายไปกันเถอะ ฉันต้องกลับไปทำการทดลองต่อ”“ฉันก็ไม่ไปเหมือนกัน” หลินชีเยี่ยเอ่ยขึ้น “คนในหน่วย 017 เคยเห็นหน้าฉัน ถ้าฉันไปพวกเขาจะจำได้ พวกนายไปกันเถอะ ฝากทักทายมอลลี่แทนฉันด้วย”“ได้” ไป๋หลี่พั่งพั่งหันไปมองเฉาเยวียนกั