่ายนั่น ดูก็รู้ว่าไม่ใช่คนดีถ้าคราวหน้าฉันเจอมัน ฉันจะต้องสั่งสอนมันให้ได้!”“ไม่ คนที่แย่ที่สุดคืออั้งฮั้ยยี้นั่นต่างหาก!” ซุนหลวนพูดพลางใช้มือข้างหนึ่งที่ใส่เฝือกพิงกำแพง ดวงตาฉายแววหวาดกลัวราวกับนึกถึงบางอย่าง“ฉันถูกทุบจนสลบนอนอยู่บนพื้น แต่เธอยังบิดแขนฉันจนหักอย่างโหดร้าย……ช่างน่ากลัวเหลือเกิน!”ฉินข่ายจมอยู่ในภวังค์ความคิด“ข้างในยังมีเด็กหนุ่มที่ไม่ได้สวมหน้ากากอีกคน พลังเขาแข็งแกร่งมาก” เฉียนฮ่าวหรานยืนอยู่หน้าเตียงคนไข้ พูดอย่างจริงจัง “ดูเหมือนเขาจะอยู่แค่ขั้นชวน แต่กลับสังหารเบลล์ แคลนเดอร์ได้ด้วยมือเดียว ผมเห็นกับตาตัวเอง”“เด็กหนุ่มขั้นชวนที่สามารถสังหารเบลล์ แคลนเดอร์ได้ด้วยมือเดียว……กลุ่มคนที่เก่งกาจขนาดนี้โผล่มาจากไหนกัน?” ฉินข่ายพูดพลางขมวดคิ้ว“อ้อ หัวหน้า ยังมีอีกเรื่องหนึ่งค่ะ”เจี่ยงหานราวกับนึกอะไรขึ้นได้ หยิบแท็บเล็ตออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้ฉินข่าย“หลังจากหมอกจางลงเมื่อวาน ทีมกวาดล้างที่เข้าไปทำความสะอาดสนามรบพบว่าที่สี่แยกใหญ่หน้าศูนย์กลางกูซู มีรอยสเปรย์สีดำปรากฏอยู่”ฉินข่ายรับแท็บเล็ตมาดู เห็นภาพถ่ายมุมสูงภาพหนึ่ง ที่บริเวณกลางสี่แยกมีวงกลมสีดำขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นโดยไม่ทราบที่มา วงกลมนี้ถูกตัดด้วยเส้นตรงสองเส้น ดูลึกลับอย่างยิ่ง“พวกเราตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณนั้น พบว่านี่เป็นฝีมือของหน่วยรบพิเศษนั้น” เจี่ยงหานเอ่ยปาก “หลังจากวาดภาพนี้เสร็จ พวกเขาก็ขับรถตู้สีดำเก่า