ีคนสี่คนเดินเข้ามาในห้อง พอเห็นฉินข่ายนั่งอยู่บนเตียงก็พากันยิ้มด้วยความดีใจหญิงสาวที่ถูกเรียกว่าเจิงเจิงรีบเดินเข้ามาใกล้ วางตะกร้าผลไม้ไว้ข้างเตียง “หัวหน้าคะ พวกเราซื้อผลไม้มาจากร้านชั้นล่างให้คุณ ถ้าอยากทานก็ทานได้เลยนะคะ”เสียงของเธอนุ่มนวลราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิ ฟังแล้วรู้สึกสบายใจ“ขอบใจนะ” ฉินข่ายยิ้มให้ แล้วหันไปทางเจี่ยงหาน “เอ้อ เมื่อกี้เธอพูดค้างไว้ แล้วหน่วยเร้นลับเป็นยังไงบ้าง?”“หัวหน้าคะ ไม่ใช่หน่วยเร้นลับด้วยค่ะ” เจี่ยงหานเกาหัว “ถึงพวกเขาจะใส่หน้ากากเหมือนกัน แต่เป็นธีมไซอิ๋วไม่เหมือนของหน่วยเร้นลับค่ะ”“หน้ากากธีมไซอิ๋วเหรอ?” ฉินข่ายชะงักไปพักใหญ่กว่าจะนึกออก “ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่ามีหน่วยรบพิเศษไหนใส่หน้ากากธีมไซอิ๋ว”“เป็นความจริงครับ หัวหน้า” สมาชิกทีมร่างผอมอดใจไม่ไหวเอ่ยปาก “ตอนที่พวกเราถูกควบคุมจิตใจ เราได้ปะทะกับพวกเขา ข้างในมีคนสวมหน้ากากอั้งฮั้ยยี้คนหนึ่ง และอีกคนสวมหน้ากากซัวเจ๋งด้วย ทั้งคู่มีพลังมากและใช้ผนึกต้องห้ามที่ไม่เคยเห็นมาก่อน และยิ่งไปกว่านั้น……เจิงเจิงยังถูกไอ้ตือโป๊ยก่ายผู้วิปริตนั่นลวนลามด้วย!”“หา?” ฉินข่ายหันไปมองเจิงเจิงอย่างประหลาดใจใบหน้าของเจิงเจิงแดงเรื่อเล็กน้อย เธอขมวดคิ้วครุ่นคิด “จริงๆ แล้ว มันก็ไม่ถึงกับลวนลามหรอก……แค่ตอนมัดฉันมีท่าทางแปลกๆ นิดหน่อยน่ะ?”“มัดขนาดนั้นแล้วยังไม่เรียกว่าลวนลามอีกเหรอ?” ชายร่างผอมโกรธแค้น “ไอ้ตือโป๊ยก