พายุทรายพัดกระหน่ำ ในพริบตาก็ปกคลุมท้องฟ้าทั้งหมด แรงกดดันของขั้นพิภพตกลงมาบนพื้นดิน ทำให้ทุกคนขมวดคิ้วแน่นตึก ตึก ตึก……ในความมืด เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้นหลินชีเยี่ยหันไปมอง ตกตะลึงเล็กน้อยเด็กสาวสวมเสื้อคลุมฮั่นฝูสีน้ำเงินเดินมาทางด้านขวาของหลินชีเยี่ย มือที่เปื้อนเลือดกำคันธนูครึ่งท่อนแน่น เงยหน้ามองร่างอันทรงพลังบนท้องฟ้า ดวงตาไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อยเธอหันมามองหลินชีเยี่ย ใบหน้าปรากฏรอยยิ้ม ยื่นแขนที่เปื้อนเลือดออกมา ทำท่าแบ่งกล้ามเฉาเยวียนยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ถอนหายใจยาว ก้าวเท้าอย่างอ่อนแรงมาทางด้านซ้ายของหลินชีเยี่ยเขาวางมือลงบนด้ามดาบ พูดช้าๆ ว่า “ชีเยี่ย การแย่งความดีความชอบไปคนเดียว ไม่ใช่สิ่งที่หัวหน้าหน่วยควรทำนะ……”เมื่อไป๋หลี่พั่งพั่งยืนยันว่ามอลลี่ไม่มีอันตรายถึงชีวิตชั่วคราว ในที่สุดก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เบนสายตาจากเธอไปมองร่างบนท้องฟ้า ดวงตาฉายแววโกรธเกรี้ยว“บ้าเอ๊ย! กล้าทำให้มอลลี่ของพวกเราบาดเจ็บขนาดนี้ ผมจะไม่ยอมแน่!”เขาเดินอย่างโกรธเกรี้ยวมาข้างๆ ทั้งสาม หันไปมองหลินชีเยี่ย “ชีเยี่ย นายว่าจะหั่นเป็นชิ้นหรือสับละเอียดดี?”หลินชีเยี่ย “……”“ฉันบอกตอนไหนว่าจะสู้?” หลินชีเยี่ยถอนหายใจอย่างจนปัญญาแม้ว่าทั้งสามคนนี้จะเสี่ยงชีวิตมายืนข้างเขา ทำให้หลินชีเยี่ยรู้สึกซาบซึ้งใจ……แต่เขาไม่ได้ตั้งใจจะแก้ปัญหาด้วยความรุนแรงตั้งแต่แรกนี่นา!ท่ามกลางสายตาสงสัยของทุกคน เขาโบกม