ป็นร่างชายสูงใหญ่ ลอยนิ่งอยู่กลางอากาศแรงกดดันของขั้นพิภพแผ่ลงมาบนพื้นดินพระถังซัมจั๋งเงยหน้ามองร่างบนท้องฟ้า พลางขมวดคิ้วครุ่นคิด“ตัวแทนของเทพที่เกี่ยวข้องกับทรายสินะ……”กลางอากาศ ชายคนนั้นก้มลงมองพระถังซัมจั๋งและซุนหงอคง พูดอย่างช้าๆ ว่า“พวกแกจะหนีไปไหนได้อีก?”“ท่าทางโอหังดีนี่” ร่างที่สวมหน้ากากซุนหงอคงยักไหล่ ชี้นิ้วกลางขึ้นฟ้า “แกลงมาสิ! พวกเราไม่หนีหรอก! มาคุยกันดีๆ!”เมื่อเห็นคนนั้นทำท่าโอหังเช่นนั้น ชายคนนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วหัวเราะเยาะ“ใกล้ตายแล้วยังกล้าโอหังอีก……ฉันสงสัยจริงๆ ว่าพวกแกคือหน่วยไหนกันแน่? หน่วยที่ใส่หน้ากากไซอิ๋ววิ่งไปทั่วฉันเพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก”“พวกเราน่ะเหรอ?” พระถังซัมจั๋งเงยหน้าขึ้นมองชายคนนั้น มุมปากใต้หน้ากากยกขึ้นเล็กน้อย “พวกเราคือ……หน่วยรบพิเศษที่ห้า”“หน่วยรบพิเศษ?” ชายคนนั้นเลิกคิ้วแล้วส่ายหัว “พวกแกอ่อนแอเกินไป เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นหน่วยรบพิเศษ”“พละกำลังไม่ใช่ปัจจัยสำคัญในการวัดความแข็งแกร่งของหน่วย” พระถังซัมจั๋งกล่าวอย่างสงบ “เหมือนกับวันนี้ถึงแกจะอยู่ขั้นพิภพ แต่ก็ยังทำอะไรพวกเราไม่ได้”“ฉันทำอะไรพวกแกไม่ได้งั้นเหรอ?” ชายคนนั้นราวกับได้ยินเรื่องตลก “ติดอยู่ในค่ายกลของฉัน พวกแกจะหนีไปไหนได้? หรือจะรอเพื่อนร่วมหน่วยอีกสามคนมาช่วย? น่าเสียดาย……พวกเขาก็ช่วยตัวเองแทบไม่ไหวแล้วฉันนึกไม่ออกเลยว่าพวกแก……จะพลิกสถานการณ์ได้ยังไง?”พระถังซัมจั๋งเพี