ยงแค่มองเขาเงียบๆ ยิ้มโดยไม่พูดอะไรชายคนนั้นส่ายหัว ยื่นมือออกไปในอากาศที่ว่างเปล่า เม็ดทรายนับไม่ถ้วนรวมตัวกันในฝ่ามือของเขา กลายเป็นดาบทรายยักษ์ยาวถึงหกเมตร ดวงตาเย็นชามองคนสองคนที่อยู่ใต้เท้า“การถูกฆ่าที่นี่คือชะตากรรมสุดท้ายของพวกแกที่อ้างว่าเป็นหน่วยรบพิเศษที่ห้า”หน้ากากซุนหงอคงเห็นดาบใหญ่ที่ดูเกินจริงนั้น มุมปากกระตุกเล็กน้อย เขาหันไปมองพระถังซัมจั๋งที่อยู่ข้างๆแล้วกระซิบเบาๆ ว่า“อันชิงอวี๋ ฉันถอนตัวได้รึยัง?”อันชิงอวี๋ที่สวมหน้ากากพระถังซัมจั๋งพยักหน้า “ได้แล้ว ขอบคุณมากสำหรับครั้งนี้นะ หลี่อี้เฟย”“ไม่เป็นไร เรื่องเล็กน้อย อยู่ที่นั่นทุกวันก็น่าเบื่อ แค่ไม่คิดว่าฉันจะได้เจอนายอีกที่นี่……” หลี่อี้เฟยที่สวมหน้ากากซุนหงอคงหัวเราะเบาๆ “คราวหน้าถ้าฉันออกมาได้ พวกเราสามคนไปดื่มเหล้ากินปิ้งย่างกันนะ!”มุมปากของอันชิงอวี๋ยกขึ้นเล็กน้อย“อ้อ นายอยู่ที่นี่คนเดียวจะไม่เป็นไรจริงๆ เหรอ?” หลี่อี้เฟยราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้“ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ตายหรอก”“ดี งั้นเจอกันคราวหน้านะ”หลี่อี้เฟยเงยหน้ามองชายที่อยู่บนฟ้า เปิดหน้ากากขึ้นเล็กน้อย แลบลิ้นใส่เขา จากนั้นร่างก็เปล่งแสงเวทมนตร์แล้วหายวับไปจากที่นั่นเมื่อเห็นคนหนึ่งหายตัวไปกลางอากาศเช่นนั้น สีหน้าของชายคนนั้นก็หม่นลงทันทีเขาเพิ่งพูดว่าหน่วยนี้จะต้องพ่ายแพ้ที่นี่แน่นอน แต่ไม่คิดว่าพูดจบก็มีคนหนีไปแล้วหนึ่งคน……“ผนึกต้องห้ามประเภทมิติสินะ นี่ฉันคิด