“เกิดอะไรขึ้น?” ไป๋หลี่พั่งพั่งถามอย่างสงสัย “ชิงอวี๋หลุดการเชื่อมต่อเหรอ? ได้ยินข้อมูลสำคัญขนาดนี้ ทำไมถึงไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย……”เฉาเยวียนครุ่นคิดครู่หนึ่ง “เขากับชีเยี่ยวางตาข่ายครอบคลุมทั่วทั้งหมอกนี้แล้ว บางทีอาจจะรู้ถึงการมีอยู่ของสองคนนั้นตั้งแต่แรกแล้ว”“แล้วทำไมพวกเขาถึงไม่ให้พวกเราออกไป?”ไป๋หลี่พั่งพั่งยื่นมือไปลูบด้ามดาบของหลินชีเยี่ยที่สะพายอยู่ด้านหลัง พูดอย่างกังวลว่า “พวกเขาไม่ได้ถูกจับตัวไปแล้วใช่ไหม?”“เป็นไปไม่ได้ ด้วยพลังของชีเยี่ย ถึงจะชนะไม่ได้ ก็ไม่มีทางหายไปง่ายๆ แบบนี้ ต้องส่งสัญญาณมาบอกพวกเราแน่……” เฉาเยวียนครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วพูดต่ออย่างไม่แน่ใจ “หรือว่า พวกเขาสองคนมีแผนอะไรแล้ว?”“แล้วตอนนี้พวกเราจะทำยังไง?”“ในเมื่อพวกเขาสองคนไม่ได้ส่งสัญญาณอะไรมา พวกเราก็ทำตามแผนเดิมต่อไป” เฉาเยวียนสูดหายใจลึก“ตกลง” ไป๋หลี่พั่งพั่งพยักหน้า“พวกนายไม่คิดจะออกไปเหรอ?” มอลลี่ได้ยินบทสนทนาของทั้งสอง ดวงตาฉายแววสงสัย “แต่ว่า……”“พวกเราเชื่อใจชีเยี่ย” ไป๋หลี่พั่งพั่งพูดอย่างมั่นใจเฉาเยวียนแบกฉินข่ายที่บาดเจ็บสาหัส ก้าวเดินออกไปนอกสำนักงาน ไป๋หลี่พั่งพั่งและเจียหลานตามไปติดๆ มอลลี่มองดูเงาร่างที่จากไปอย่างงงๆ ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตามไปด้วยแต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าว คนข้างหน้าก็หยุดกะทันหัน“เฉาเยวียน ทำไมไม่เดินต่อล่ะ?” ไป๋หลี่พั่งพั่งที่ถูกเฉาเยวียนหยุดถามอย่างสงสัยเฉาเยวียนยืนอยู่