อำมหิตรอบๆ จึงค่อยๆ สงบลง“อ่อก อึก อึก……” เฉาเยวียนที่ค่อยๆ ได้สติคืนมารู้สึกว่าตัวเองกำลังจะหายใจไม่ออก เขาชี้ไปที่เทปกาวที่พันรอบคอแน่น ใบหน้าเริ่มซีดขาว“เอ่อ……วีรสตรี ไม่สิ พี่หลาน พี่หลาน!” ไป๋หลี่พั่งพั่งลองเรียกอย่างระมัดระวัง “เธอพันแน่นเกินไปหรือเปล่า?ผมรู้สึกว่าเขากำลังจะขาดอากาศตาย……”เจียหลานตกใจ เห็นสภาพของเฉาเยวียนแล้วก็รีบช่วยดึงเทปกาวออกจากคอเขาอย่างลนลานเฉาเยวียนที่หายใจได้ในที่สุด นอนแผ่อยู่บนพื้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก เหมือนปลาเค็มที่สูญเสียความฝันเจียหลานเข้าไปใกล้เขา ดวงตาคู่งามราวกับอัญมณีสีดำกะพริบ ดวงตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด “ขอ… โทษ”“ไม่เป็นไร” เฉาเยวียนพูดเสียงแผ่ว “เธอทำได้ดีมาก แค่คราวหน้าตอนรัดอย่าลืมเบามือหน่อย……แค่กๆๆๆ”เฉาเยวียนพยายามลุกขึ้นจากพื้น ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล เขาถอนหายใจยาว รู้สึกเหมือนได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งในตอนนั้นเอง เจียหลานดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงลุกขึ้นจากพื้นและมองไปที่สมาชิกหน่วย 017 ที่กำลังถูกควบคุมอยู่บนดาดฟ้าอาคารข้างๆเธอถอดคันธนูไม้เนื้อแข็งออกจากหลัง โก่งคันธนูและเล็งไปที่ร่างนั้น…แต่ลูกธนูไม่ได้ถูกยิงออกไปเธอลังเลหลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง เจียหลานก็วางธนูในมือลง“ทำไมเธอไม่ยิงล่ะ?” ไป๋หลี่พั่งพั่งถามอย่างสงสัยเจียหลานชี้ไปที่ลูกธนูของตัวเอง แล้วชี้ไปยังสมาชิกหน่วย 017 ที่ได้รับบาดเจ็บจากจิตสังหารของเฉาเยวียน จากนั้นก็พูดอย