่างไม่ชัดเจนว่า“ยิง… เขา… ตาย”“พี่หมายความว่า ถ้าพี่ยิงธนูนี้ออกไป เขาอาจจะตายใช่ไหม?” ไป๋หลี่พั่งพั่งครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า “ก็จริงนะ ธนูของพี่ คนทั่วไปคงรับไม่ไหว งั้นปล่อยให้คุณชายน้อยคนนี้จัดการเองแล้วกัน!”เขาวางสมาชิกหญิงที่ถูกจับลงบนพื้น แล้วขี่กระบี่บินไปหาร่างนั้น ประมาณสี่ห้านาทีต่อมา ไป๋หลี่พั่งพั่งก็กลับมาพร้อมกับชายผอมแห้งที่ถูกมัดเช่นกัน“ง่ายขนาดนี้เลยเหรอ?” เฉาเยวียนเอ่ยขึ้นอย่างประหลาดใจ คล้ายพึมพำกับตัวเอง“จิตสังหารของนายทำให้เขาได้รับผลกระทบไม่น้อยเลยนะ ผมแทบไม่ต้องทำอะไรเลย เขาก็หมดสติไปแล้ว” ไป๋หลี่พั่งพั่งยักไหล่แล้วหันไปมองเจียหลาน พูดอย่างโล่งอก “โชคดีที่มีพี่หลานอยู่ด้วย! ไม่งั้นผมคงควบคุมนายไม่อยู่จริงๆ”เขาตบไหล่ของเฉาเยวียนแล้วพูดอย่างยิ้มแย้ม “ต่อไปนี้ในหน่วยของเรา คนที่สามารถจัดการนายได้ก็เพิ่มขึ้นอีกคนแล้ว……”ถ้าก่อนหน้านี้ ไป๋หลี่พั่งพั่งและเฉาเยวียนมีความประทับใจต่อเจียหลานเพียงแค่เป็น ‘อมตะ’ และยิงธนูแม่นยำแต่หลังจากที่เธอซัดเฉาเยวียนเละในครั้งนี้ พวกเขาก็ได้ตระหนักถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวของหญิงสาวที่ดูไร้พิษภัยคนนี้……ไม่กล้าล่วงเกินเลย ไม่กล้าล่วงเกินจริงๆ!เมื่อไป๋หลี่พั่งพั่งนึกถึง ‘คำพูดรนหาที่ตาย’ ของหลินชีเยี่ยที่มีต่อเจียหลานก่อนหน้านี้ เขาก็อดเป็นห่วงไม่ได้……“การช่วยสมาชิกหน่วย 017 สองคนก็ถือว่าเป็นเรื่องดีนะ” เฉาเยวียนลุกขึ้นจากพื้น จากน