ปทั้งหมดแล้ว แต่ระบบไฟฟ้ายังคงทำงานเป็นปกติ ไฟนีออนที่ประตูทิศใต้ยังคงกะพริบไม่หยุด ประกอบเป็นตัวอักษร ‘ฉัน??กูซู’ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอันชิงอวี๋เดินอยู่ริมทะเลสาบ สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วผ่อนลมหายใจออกมา……“เป็นอะไรเหรอ?” หลินชีเยี่ยหันมาถามอันชิงอวี๋ส่ายหน้า “ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่ไม่ได้เดินในเมืองแบบนี้มานานแล้ว จากท่อระบายน้ำในชางหนาน มาถึงศูนย์ไจเจี้ย แล้วก็ป่าดงดิบ……จู่ๆ ก็ได้กลับมาอยู่ในสังคมมนุษย์ปกติ รู้สึกดีเหมือนกันนะ”หลินชีเยี่ยชะงักไปเล็กน้อย แล้วยิ้มขื่นพลางกล่าวว่า “น่าเสียดายนะ ถ้าไม่มีภารกิจก็คงดี จะได้เดินเที่ยวในเมืองให้มากกว่านี้ ตอนที่ฉันอยู่ชางหนาน ป้าชอบพูดถึงกูซูว่าดีแค่ไหนอยู่บ่อยๆ แล้วก็บอกให้ฉันหาโอกาสมาเรียนมหาวิทยาลัยที่นี่……”เขามองผิวน้ำที่นิ่งสงบพลางพึมพำว่า “ตอนนี้ คงไม่มีโอกาสได้เรียนมหาวิทยาลัยแล้ว คนที่บอกให้ฉันมาเรียนมหาวิทยาลัย……ก็ไม่อยู่แล้ว”อันชิงอวี๋เหลือบมองเขา“รู้สึกว่าพอเราสองคนเดินด้วยกัน บรรยากาศก็เริ่มเศร้าขึ้นมาเลย” อันชิงอวี๋พูดพลางยิ้มขื่นเช่นกัน “ชินกับการมีเจ้าอ้วนไป๋หลี่คอยสร้างบรรยากาศครึกครื้นอยู่ข้างๆ พอเงียบลงแบบนี้ กลับรู้สึกไม่ชินซะงั้น”“นั่นสินะ” หลินชีเยี่ยยิ้ม “การที่คนกลุ่มหนึ่งอยู่ด้วยกันทั้งวันโดยไม่พูดอะไรเลยก็ทรมานเหมือนกัน มีคนตลกๆสมองไม่ค่อยดีสักคนก็คงไม่เลว”สิ้นเสียง หลินชีเยี่ยราวกับรับรู้อะไรบางอย่าง จึงหยุดฝีเท้าลงอันชิงอว