ครืน……ภายใต้ท้องฟ้ามืดมิด รถไฟสีเขียวแล่นไปตามราง เกล็ดหิมะโปรยปรายลงมา แล้วค่อยๆ ละลายไป“เอ๊ะ? พวกคุณจะไปไหนกัน?”ที่ประตูท้ายรถไฟ ยามรักษาการณ์ที่กำลังพิงประตูอยู่เห็นคนห้าคนวิ่งมาที่หน้าประตู จึงเอ่ยถามอย่างระแวดระวังหลินชีเยี่ยวางมือบนลูกบิดประตู เอียงศีรษะเล็กน้อยมองยามคนนั้น แสงสีทองอ่อนๆ วาบผ่านดวงตาของเขา ในชั่วขณะต่อมา ยามคนนั้นก็ลืมตาโพลงแล้วหมดสติไปเฉาเยวียนยื่นมือรับร่างของยามไว้อย่างมั่นคง วางเขาลงบนพื้นอย่างเงียบงัน แล้วพยักหน้าให้หลินชีเยี่ยเด็กหนุ่มเปิดประตู ลมหนาวปะปนกับเกล็ดหิมะพัดเข้ามาในตู้โดยสาร ร่างของเขาพลิ้วไหว ปลายเท้าแตะราวกั้นเบาๆ ทั้งร่างก็กระโดดลงจากรถไฟ ร่อนลงบนรางรถไฟอย่างนุ่มนวลเจียหลาน เฉาเยวียน อันชิงอวี๋ และไป๋หลี่พั่งพั่งก็กระโดดลงจากท้ายรถไฟตามลำดับ โชคดีที่ทุกคนมีวรยุทธ์ไม่ธรรมดา อีกทั้งรถไฟสีเขียวก็แล่นไม่เร็วนัก พวกเขาจึงลงสู่พื้นได้อย่างมั่นคงในความมืด หลินชีเยี่ยหันกลับมามองรถไฟสีเขียวที่กำลังแล่นไปตามราง จนหายลับไปจากสายตา เขาถอนหายใจอย่างเสียดายเล็กน้อย“เป็นอะไรเหรอ?” เฉาเยวียนเดินมาข้างๆ เอ่ยถามอย่างสงสัย“เสียดายค่าตั๋วรถไฟ” หลินชีเยี่ยส่ายหน้าไป๋หลี่พั่งพั่งกระชับเสื้อผ้าท่ามกลางลมหนาว พ่นไอขาวออกมา อดบ่นไม่ได้ว่า “อากาศหนาวจัง……ว่าแต่เมืองกูซูเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ถึงขั้นต้องให้พวกเรากระโดดลงจากรถไฟเลยเหรอ?”“พอขึ้นเครื่องบินแล้วก็จะรู้เอง