าคุณมีตัวอักษรไหนที่อ่านไม่ออก ถามผมได้เลยนะ ในกลุ่มนี้ ผมมีความรู้ลึกซึ้งที่สุด!”เจียหลานเงยหน้ามองเขา ลังเลครู่หนึ่งแล้ววางหนังสือลงบนโต๊ะเล็ก ชี้ไปที่ตัวอักษรจีนสองตัวแล้วพูดอย่างไม่ชัดเจน“ซา……ช่า……ฉ่า……ฉ่าปี!” (โง่เง่า)ไป๋หลี่พั่งพั่ง “……”ไป๋หลี่พั่งพั่งทำหน้าเจ็บปวด ยื่นมือชี้ไปที่ตัวอักษรสองตัวนั้น ก่อนจะพูดว่า “ไม่ใช่โง่เง่า สองตัวนี้อ่านว่า ‘ซาหมี่’(สามเณร)! พูดตามผม ซาหมี่!”“ฉาเหนี่ยว” (ซื่อบื้อ)“ซาหมี่!”“ซ่าปี่?” (ไอ้โง่)“ซา……ช่างเถอะ ชีเยี่ย นายสอนเธอเองเถอะ”ไป๋หลี่พั่งพั่งนั่งลงตามเดิมอย่างหงุดหงิดหลินชีเยี่ยครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วชี้ไปที่ตัวอักษรสองตัวนั้น พูดทีละคำอย่างช้าๆ ว่า “ซา หมี่”เจียหลานอ้าปาก เลียนแบบรูปปากของอีกฝ่ายอย่างจริงจัง “ซาหมี่?”“อืม ถูกต้อง”ไป๋หลี่พั่งพั่ง “……”คุณชายไป๋หลี่มองเจียหลานอย่างน้อยใจ ถึงขั้นเริ่มสงสัยว่าเมื่อกี้ผู้หญิงคนนี้ตั้งใจทำแบบนั้นหรือเปล่า……“ชีเยี่ย ส่งรายงานภารกิจแล้วหรือยัง?” เฉาเยวียนถามขึ้นราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้“ตอนที่อยู่ที่สถานีรถไฟเมื่อกี้ ฉันได้ส่งรายงานการปฏิบัติงานพร้อมกับข้อมูลของเจียหลานไปแล้ว แต่ฉันตั้งใจละเว้นส่วนที่เกี่ยวกับเมืองผีไว้ ตอนนี้ผู้บัญชาการเยี่ยคงอ่านเสร็จแล้ว” หลินชีเยี่ยตอบ“แล้วภารกิจครั้งต่อไปจะเป็นเมื่อไหร่ล่ะ? พวกเรามีวันหยุดบ้างไหม?” ไป๋หลี่พั่งพั่งพูดขึ้นอย่างกังวลใจ ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ “อีกไม่