เด็กหนุ่มครุ่นคิดครู่หนึ่ง “นี่เป็นผลิตภัณฑ์พิเศษที่ค้นพบระหว่างภารกิจ กลับไปเขียนรายงานก่อน แล้วค่อยห่อส่งมอบให้เบื้องบน”เจียหลาน “…”เฉาเยวียนมึนงง “เธอเป็นคนไม่ใช่เหรอ? แบบนี้จะนับเป็น……”ยังไม่ทันที่จะพูดจบ ไป๋หลี่พั่งพั่งก็ตบไหล่เขาเบาๆ พลางเอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกตื้นตัน “เฮ้อ เหล่าเฉา ผมไม่คิดว่าแม้แต่นายก็ยังฉลาดกว่าชีเยี่ย……ดูเหมือนผมจะประเมินเขาสูงเกินไปแฮะ”ทั้งสี่คนเดินคุยกันไปพลางมุ่งหน้าออกจากป่าดงดิบ สถานการณ์ตอนนี้ไม่ได้เร่งรีบเหมือนตอนเข้าป่า พวกเขาจึงชะลอฝีเท้าลงและเริ่มชื่นชมทัศนียภาพธรรมชาติเมื่อทั้งห้าคนเดินออกจากป่าดงดิบ ก็เป็นเวลาพลบค่ำแล้วพวกเขายืนอยู่หน้าประตูกรมป่าไม้ และหยุดฝีเท้าพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย“ชีเยี่ย……” ไป๋หลี่พั่งพั่งเอ่ยขึ้นอย่างลังเล “พวกเราจะทำแบบนี้จริงๆ เหรอ?”หลินชีเยี่ยเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้าเขายื่นมือทั้งสองข้างออกไป ค่อยๆ ผลักประตูใหญ่ของกรมป่าไม้ให้เปิดออก……ท้องฟ้าค่อยๆ มืดลง แสงอาทิตย์อัสดงทอดลงบนตึกเตี้ยเก่าๆ ลมหนาวพัดกระโชกผ่านแผ่นดินอันว่างเปล่าทำให้หน้าต่างส่งเสียงดังกุกกักน้ำค้างแข็งปกคลุมชายคาหน้าต่าง ดูขาวซีดภายใต้แสงยามพลบค่ำ หลังหน้าต่างบานนี้ คือใบหน้าเล็กๆ ที่ซีดเซียวยิ่งกว่าเด็กหญิงตัวน้อยห่มเสื้อคลุมตัวใหญ่ยืนอยู่หน้าหน้าต่าง ร่างกายสั่นเล็กน้อยเมื่อถูกลมหนาวที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างพัดมาปะทะ แสงจากเตาผิงด้านหลังสะท้อนบนก