ระจก แต่เธอกลับจ้องมองประตูบานใหญ่ที่ปิดสนิทอย่างดื้อรั้น“ถิงถิง……” ชายชราค่อยๆ ลุกขึ้นจากข้างเตาผิง ดวงตาขุ่นมัวเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เขาเดินไปหลังเด็กหญิงจับมือเธอพลางพูดว่า “เราไปอยู่ห่างจากหน้าต่างกันหน่อยไหม? ข้างนอกลมแรง”เด็กหญิงจ้องมองประตูบานนั้นอย่างไม่ละสายตา พลางส่ายหน้าโดยไม่พูดอะไร“ถิงถิง นั่งดูข้างเตาผิงก็เห็นได้นะ ตรงนี้อยู่ไกลเตาผิงเกินไป หนูเพิ่งกลับมาจากป่าหนาวเย็น ร่างกายทนไม่ไหวหรอก!” ชายชราจับมือเด็กหญิง พยายามจะลากเธอเข้าไปในบ้านเด็กหญิงสะบัดมือชายชราออก ยืนอยู่หน้าหน้าต่าง พูดอย่างดื้อรั้น “หนูไม่เอา! หนูไม่อยากเข้าไป! ถ้าเข้าไปหนูก็จะมองไม่เห็นพ่อแล้ว!”ชายชรายืนงงอยู่ด้านหลังเธอ ชั่วขณะนั้นถึงกับทำอะไรไม่ถูก เฉินหานที่อยู่ข้างๆ เดินมาข้างกายเด็กหญิง ย่อตัวลง ก่อนจะพูดอย่างอ่อนโยน“ถิงถิงเป็นเด็กดี พ่อของหนูจะไม่เป็นอะไรหรอก เขาจะกลับมาเร็วๆ นี้……”“โกหก!! พวกคุณโกหกทั้งนั้น!” เด็กหญิงหันขวับมา ดวงตาแดงก่ำ เธอเม้มริมฝีปากแน่น ตะโกนสุดเสียงว่า “คุณไม่ได้บอกหรอกเหรอว่าให้พวกเราไปก่อน แล้วพ่อจะตามมาเร็วๆ นี้?!ทำไม? ทำไมผ่านไปทั้งวันแล้ว พ่อยังไม่กลับมาเลย?!ทั้งๆ ที่สัญญากันไว้แล้ว……ทำไมพวกคุณถึงไม่รักษาคำพูดกันเลย……”เสียงของเธอเริ่มสะอื้นมากขึ้นเรื่อยๆ ริมฝีปากเริ่มสั่น แม้ว่าเธอจะพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้ร้องไห้ออกมา แต่น้ำตาก็ยังคงไหลออกมาจากเบ้าตาไม่หยุดในที่สุด