มยาวสีดำพลิ้วไหวเบาๆ ที่แผ่นหลัง“เธอเป็นมนุษย์จริงๆ เหรอ?” หลินชีเยี่ยถามอีกครั้งเจียหลาน “……”ด้วยความจนใจ เจียหลานพยักหน้าอีกครั้ง มองหลินชีเยี่ยด้วยสายตาเต็มไปด้วยความน้อยใจไป๋หลี่พั่งพั่งตบไหล่หลินชีเยี่ย อดไม่ได้ที่จะเตือนว่า “ชีเยี่ย นายพูดเก่งมาก แต่ต่อไปห้ามพูดแบบนี้อีกนะ”อันชิงอวี๋มองสำรวจเจียหลานตั้งแต่หัวจรดเท้า ดวงตาเป็นประกายสีเทาจางๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน!“ฉันขอ… ได้ไหม……”“ไม่ได้”“……เฮ้อ” อันชิงอวี๋ก้มหน้าลงอย่างผิดหวังเฉาเยวียนที่อยู่ข้างๆ ดึงเทปกาวออกจากตัวแล้วลุกขึ้นจากพื้น มองเจียหลานที่อยู่ไม่ไกลด้วยความครุ่นคิด แล้วเอ่ยขึ้นอย่างไม่แน่ใจ“พวกนายรู้สึกไหมว่า… ภาพเมื่อครู่นี้ดูคุ้นๆ?”ไป๋หลี่พั่งพั่งหันกลับมา เกาหัวอย่างงุนงง “คุ้นตรงไหนหรอ?”อันชิงอวี๋เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ จึงพูดขึ้นทันที “นายหมายถึง เด็กสาวที่มีคุณสมบัติ ‘อมตะ’ ที่บันทึกไว้ในม้วนหนังสือนั้นใช่ไหม?”เฉาเยวียนพยักหน้า “สามารถมอบคุณสมบัติ ‘อมตะ’ ให้กับลูกธนู ตัวเองก็ทนทานต่ออาวุธ ไม่มีอะไรทำลายได้และจากเครื่องแต่งกายของเธอ น่าจะเป็นคนในยุคนั้น……”หลินชีเยี่ยถามอย่างสงสัย “ม้วนหนังสืออะไรหรอ?”อันชิงอวี๋อธิบายคร่าวๆ ถึงคดีที่บันทึกไว้ในม้วนหนังสือนั้น หลินชีเยี่ยก็เข้าใจทันที เรื่องราวนี้ตรงกับภาพที่เขาเห็นบนฝาโลงศพทุกประการ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เด็กสาวตรงหน้านี้ก็คือบุคคลอ