ยหรือละครทีวีนะ……แต่มันไม่น่าจะเกี่ยวกับนายนี่นา!” ไป๋หลี่พั่งพั่งเกาหัวแกรกๆ ทำหน้าเหมือนโลกทัศน์ถูกสั่นคลอน “นายไม่ใช่คนที่ผู้หญิงเข้าไม่ถึงหรอกเหรอ? นอกจากดึงดูดผู้ชายแล้ว นายยังดึงดูดผู้หญิงได้ด้วยเหรอ?”หลินชีเยี่ย “……”หลินชีเยี่ยไม่ตอบอะไร กลับวางมือลงบนด้ามดาบครั้งสุดท้ายที่เขาอยากฆ่าไป๋หลี่พั่งพั่งขนาดนี้ คือตอนอยู่ในค่ายฝึกอบรม ตอนที่ไอ้หมอนี่ไม่รู้จักอายจะให้เขาดมส้นเท้าน่ะ…หลินชีเยี่ยสูดหายใจลึก กดข่มความรู้สึกต้องการฆ่าที่พลุ่งพล่านในใจ แล้วค่อยๆ เอ่ยปาก“แล้วพวกนายมาแปะอยู่ข้างผนังนี่ทำไมกัน?”เฉาเยวียนยกมือชี้ไปที่บัลลังก์ที่ลอยอยู่กลางห้องโถง “พอเข้ามาถึงเพิ่งเห็นว่ามีคนนั่งอยู่บนบัลลังก์ศักดิ์สิทธิ์นั่น……แม้เขาจะไม่โจมตีพวกเรา แต่พวกเราก็ไม่กล้าเคลื่อนไหวมั่วๆ ที่นี่มันดูแปลกๆ ยังไงไม่รู้”หลินชีเยี่ยมองเงาร่างกลางอากาศแวบหนึ่ง แล้วส่ายหน้า“ฉันใช้พลังจิตตรวจสอบแล้ว นั่นไม่ใช่คน มันแค่เสื้อผ้าเท่านั้น”ได้ยินแบบนั้น คนที่เหลืออีกสามคนต่างตกตะลึง “เสื้อผ้าเหรอ?”หลินชีเยี่ยครางอืมเบาๆ ในมือปรากฏเปลวไฟเล็กๆ เขาโบกมือเบาๆ ส่งเปลวไฟลอยขึ้นไปกลางอากาศ ส่องสว่างห้องโถงที่มืดมิดภายใต้แสงไฟ ร่างบนบัลลังก์ศักดิ์สิทธิ์ก็ปรากฏโฉมที่แท้จริง มันคือฉลองพระองค์สีดำขนาดใหญ่ บนฉลองพระองค์ปักลวดลายซับซ้อนด้วยเส้นไหมสีทอง ดูลึกลับและเต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์ตอนนี้ ฉลองพระองค์นั้นนั่งตัวตรงบ