มื่อหลายร้อยหรือแม้แต่หลายพันปีก่อนแล้ว เขาไม่สนใจที่จะเล่นเกมไขปริศนาที่นี่ เมื่อยืนยันได้แล้วว่าไป๋หลี่พั่งพั่งและคนอื่นๆ ไม่ได้อยู่ที่นี่ ก็ควรจะเปลี่ยนไปค้นหาในตำหนักอื่นต่อไปแต่ทันทีที่เขาหันหลังกลับ เสียงปริศนาดังก้องขึ้นในวิหารอันกว้างใหญ่ตึง!หลินชีเยี่ยหยุดฝีเท้าลงทันทีทุกส่วนของร่างกายเขาตึงเครียดขึ้นในทันที พลังจิตแผ่ขยายถึงขีดสุด กวาดไปทั่วทุกมุมของวิหารไม่มีสิ่งผิดปกติใดๆเกราะและข้าวของทุกอย่างยังคงวางอยู่ในตำแหน่งเดิม และพลังจิตของเขาก็ไม่เคยถูกเรียกกลับมา ในช่วงเวลาสั้นๆ เมื่อครู่นี้ ไม่มีสิ่งอื่นใดปรากฏอยู่ในวิหารนี้อย่างแน่นอน‘ผีอีกแล้วเหรอ?’หลินชีเยี่ยยืนตึงเครียดอยู่ในความมืดเป็นเวลานาน เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น จึงก้าวเดินช้าๆ ไปทางประตูวิหาร……ตึง!เสียงปริศนาดังขึ้นอีกครั้ง!คราวนี้หลินชีเยี่ยได้ยินชัดเจน เขาหมุนตัวกลับอย่างรวดเร็ว สายตาจับจ้องไปที่โลงศพสีดำแดงที่วางนิ่งอยู่บนแท่นหิน มือข้างหนึ่งจับด้ามดาบ พร้อมชักออกมาได้ทุกเมื่อ!เขาจ้องมองโลงศพนั้นเขม็ง เหงื่อซึมออกมาตามแผ่นหลังเป็นเม็ดเล็กๆ สีหน้าเคร่งเครียดอย่างยิ่งเสียงดังมาจากในโลงศพโลงศพที่ถูกปิดผนึกไว้ในเมืองผีเฟิงตูมาเป็นเวลานานนับไม่ถ้วนเป็นไปได้อย่างไร?แม้แต่ผีที่นอนอยู่ในโลงศพ ก็น่าจะสลายไปหมดแล้วหลังจากเวลาผ่านไปนานขนาดนี้ไม่ใช่หรือ?หลินชีเยี่ยจ้องมองโลงศพสีดำแดงนั้น ค่อยๆ ยกเท้าขึ้น ถอยหลั