“เมื่อเป็นวิหารร้าง งั้นเราจะเข้าไปดูกันไหม?” ไป๋หลี่พั่งพั่งมองเข้าไปในวิหารด้วยความอยากรู้อยากเห็น“ฉันเกรงว่า เราคงต้องเข้าไปแล้วละ” อันชิงอวี๋เลื่อนมือออกจากประตูสีแดงสด พลางขมวดคิ้วกล่าวว่า “ประตูบานนี้ดูเหมือนจะถูกล็อคจากด้านนอก เปิดจากด้านในไม่ได้เลย”“เปิดไม่ได้เหรอ?” หลี่เต๋อหยางมองอันชิงอวี๋ที่ดูผอมบางด้วยความไม่เชื่อ เดินไปที่ประตูแล้วออกแรงดึงสองสามครั้ง พบว่าประตูไม่ขยับเลยจริงๆ จึงเอ่ยถามอย่างสงสัย “แปลกจัง ตอนเปิดประตูเมื่อกี้ยังง่ายอยู่เลย”เฉาเยวียนถอนหายใจ ค่อยๆ ส่องไฟฉายไปรอบๆ วิหาร “เปิดประตูไม่ได้ ก็เข้าไปดูกันเถอะ หาทางออกอื่นดู”ทั้งสี่คนก้าวเท้าเดินอย่างระมัดระวิหาร สังเกตรอบๆ ตัว เริ่มค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าไปในวิหารส่วนหน้าของวิหารว่างเปล่า นอกจากเสาใหญ่ๆ ไม่กี่ต้นแล้ว นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรเลย จนกระทั่งเข้าไปถึงกลางวิหาร จึงพบบัลลังก์ขนาดมหึมาแกะสลักปิดทองอยู่บัลลังก์นี้สูงอย่างน้อยสามสิบเมตร รวมกับพนักพิงด้านหลังที่แกะสลักลวดลาย ความสูงทั้งหมดเกือบเจ็ดสิบเมตร หากเพดานวิหารไม่สูงพอ เก้าอี้ตัวนี้คงทะลุหลังคาไปแล้วไป๋หลี่พั่งพั่งใช้ลำแสงไฟฉายส่องสำรวจบัลลังก์ยักษ์ตรงหน้าทีละนิด อดไม่ได้ที่จะกล่าวว่า“เก้าอี้ตัวนี้ใหญ่เกินไปแล้วนะ?”“นี่คือที่นั่งของเทพเจ้าแห่งภูตผีที่ปกป้องวิหารสวรรค์แห่งนี้ เทพเจ้ามีร่างกายใหญ่โตก็เป็นเรื่องปกติ คาดว่าบัลลังก์ของพญายมราชคงจะใหญ่กว่า