“ผี?” หลี่เต๋อหยางขมวดคิ้ว พูดอย่างไม่เชื่อ “ผีที่ไหนกัน?”ไป๋หลี่พั่งพั่งที่สวมแว่นตาเลนส์เดียว ริมฝีปากสั่นระริก ชี้นิ้วไปรอบๆ“ตรงใต้ต้นไม้นั่น มีผีผู้ชายไม่มีเท้ากำลังจ้องมองพวกเรา ทางด้านซ้ายตรงประตูบ้านเก่านั่น มีผีผู้หญิงโผล่หัวออกมามองพวกเราเช่นกัน…”“แล้วก็ลุงหลี่……บนหลังของคุณ……มี……เด็กผู้ชายตัวเล็กไม่มีตาเกาะอยู่……”หลี่เต๋อหยางสะดุ้งโหยง สีหน้าซีดเผือดในทันที รีบตบไหล่ตัวเองอย่างแรงเพื่อปัดสิ่งชั่วร้ายออกไป“ยังมีอีกไหม?” หลี่เต๋อหยางถามอย่างร้อนรน“มัน……ปีนขึ้นไปบนหัวคุณแล้ว……มันกำลังดึงผมคุณ!!”“……”หลี่เต๋อหยางเบิกตากว้าง เริ่มขยี้ผมตัวเองอย่างบ้าคลั่ง เส้นผมสีดำค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีขาวเงิน ร่วงหล่นจากศีรษะ ในชั่วพริบตาผมก็ร่วงไปเป็นจำนวนมาก!เฉาเยวียนขมวดคิ้ว คว้าลูกประคำจากมือของไป๋หลี่พั่งพั่ง แล้วเริ่มท่องบทสวดใส่หลี่เต๋อหยางหลี่เต๋อหยางรู้สึกว่าศีรษะเบาลง ทั้งตัวรู้สึกเบาสบายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ในที่สุดผมก็หยุดร่วง แต่ในกลุ่มผมสีดำก็มีผมสีขาวเงินแซมอยู่หลายเส้นเฉาเยวียนเห็นดังนั้นจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก หันไปมองเห็นไป๋หลี่พั่งพั่งที่กำลังจ้องเขาเขม็ง“เหล่าเฉา นายยังบอกว่าตัวเองไม่ใช่พระอีกนะ!”เฉาเยวียน “…”“ฉันแค่ท่องบทสวดที่พระอาจารย์จินฉานสอนมา” เฉาเยวียนยักไหล่ “ก่อนหน้านี้ตอนที่ฉันควบคุมราชันทมิฬในร่างไม่ได้ ก็ใช้บทสวดนี้ช่วยให้จิตใจสงบ”“นายไม่ได้บอกหรอกเหรอว่า โดยทั่ว