ไปวิญญาณจะไม่เข้าใกล้คนเป็น?” อันชิงอวี๋ถามอย่างสงสัยเฉาเยวียนชะงัก ลังเลก่อนตอบ “โดยปกติแล้วก็ไม่ควรจะเป็นแบบนั้นนะ……หรือว่าที่นี่มีพลังหยินมากเกินไปทำให้วิญญาณพวกนี้ควบคุมตัวเองไม่ได้?”ไป๋หลี่พั่งพั่งตบไหล่เขา “เหล่าเฉา วิชาของนายยังไม่ถึงขั้นนี่นา!”“……” เฉาเยวียนกลอกตา “นายสามารถมองเห็นวิญญาณได้ เมื่อกี้ตอนที่ฉันสวดมนต์ เกิดอะไรขึ้นบ้าง?”ไป๋หลี่พั่งพั่งคิดสักครู่ “ตอนที่นายถือลูกประคำพึมพำอยู่นั้น ผีน้อยที่เกาะอยู่บนตัวลุงหลี่ก็มีแสงสีทองปรากฏขึ้นเป็นจุดๆ จากนั้นร่างก็เริ่มโปร่งใส และสุดท้ายก็หายไป……”เฉาเยวียนก้มหน้าลง ครุ่นคิดอย่างเหม่อลอยในตอนนั้นเอง สีหน้าของไป๋หลี่พั่งพั่งก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาถอยหลังไปครึ่งก้าว“แต่ว่า มีข่าวร้ายนิดหน่อย……”“อะไร?”“หลังจากที่นายสวดมนต์จบ ผีสองตัวที่เพิ่งมองอยู่เมื่อกี้……ต่างก็เข้ามาอยู่ตรงหน้านายแล้ว”เฉาเยวียนชะงัก จากนั้นก็รู้สึกว่าอุณหภูมิรอบตัวลดลงอย่างรวดเร็ว ความเย็นยะเยือกเริ่มแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของเขา สีหน้าพลันเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาหยิบลูกประคำขึ้นมาพึมพำอีกครั้งเมื่อกลิ่นอายอันเย็นเยียบนั้นหายไปหมดแล้ว เฉาเยวียนก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก รู้สึกคอแห้งผากไปหมด“ไม่มีแล้วใช่ไหม?” เฉาเยวียนเลียริมฝีปากแล้วเอ่ยถามสีหน้าของไป๋หลี่พั่งพั่งยิ่งดูประหลาดขึ้นไปอีก “อืม……สองตนนั้นไม่มีแล้ว แต่ว่า ที่ถนนฝั่งโน้น ดูเหมือนจะมีวิญญาณสิบกว่าดวงกำลังวิ่ง