างขวางขึ้น จึงเอ่ยด้วยความประหลาดใจเฉาเยวียนถือไฟฉายส่องไปรอบๆ ทีละนิด ดวงตาฉายแววสงสัย“สร้างโดยมนุษย์งั้นเหรอ? พวกเราลงไปดูกัน”ทั้งสี่คนกระโดดลงจากลำแสงดาบสีทอง ไป๋หลี่พั่งพั่งโบกมือ [ปราการหยก] ก็กลายเป็นสร้อยคอกลับไปอยู่ที่หน้าอกของเขา อันชิงอวี๋เดินไปที่กำแพงอิฐสีเทาเข้ม ในดวงตาปรากฏประกายสีเทาครู่ต่อมา เขาค่อยๆ เอ่ยปาก“เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น แต่มีอายุเก่าแก่มาก จากสภาพการผุกร่อนภายในอิฐและหิน น่าจะเป็นสิ่งก่อสร้างเมื่อสองพันกว่าปีก่อน”“สองพันปีก่อน?” เฉาเยวียนตกตะลึง พลางคิดคำนวณในใจ “นั่นไม่ใช่สมัยราชวงศ์ฮั่นหรอกเหรอ?”อันชิงอวี๋พยักหน้า “ใช่แล้ว”“สมัยราชวงศ์ฮั่น มีคนมาสร้างกำแพงใต้ดินในที่ห่างไกลขนาดนี้เลยเหรอ?” ไป๋หลี่พั่งพั่งขมวดคิ้วเล็กน้อย “พวกเขาว่างมากหรือไง?”อันชิงอวี๋ไม่ได้ตอบ แต่เฝ้าสังเกตกำแพงโดยรอบอย่างเงียบๆ ไม่รู้ว่ากำลังครุ่นคิดอะไรอยู่“ช่างเถอะ หาชีเยี่ยก่อนดีกว่า” เฉาเยวียนก้มมองรอยเลือดของราชินีมดบนพื้น แล้วพูดว่า “ชีเยี่ยต้องไล่ตามรอยเลือดของราชินีมดไปแน่ๆ พวกเราไปกันเถอะ!”ทั้งสี่คนเดินตามรอยเลือดไปได้สักพัก ก็มาถึงกำแพงสีดำและประตูทองสัมฤทธิ์โบราณขนาดใหญ่“โอ้โห……” ไป๋หลี่พั่งพั่งอ้าปากค้าง “ยังมีอีกอันเหรอ? คนโบราณนี่ว่างกันจริงๆ สินะ!”อันชิงอวี๋เพ่งพินิจกำแพงอิฐสีดำอยู่ครู่หนึ่ง เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย “ไม่ถูกต้อง”“อะไรไม่ถูกต้อง?”“กำแพงนี้ไม่เหมือนกับอันก