ึงผ้าคลุมสีแดงเข้มของเขาอยู่ เขาหน้าเขียว รีบแย่งผ้าคลุมกลับมาจากมือของไป๋หลี่พั่งพั่ง แล้วค่อยๆ รีดรอยยับบนผ้าอย่างระมัดระวัง“ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่รู้สึกว่าผ้าคลุมสวยดี” ไป๋หลี่พั่งพั่งยิ้ม “อ้อ เมื่อกี้คุณลุงพูดถึงไหนแล้วนะ? อ๋อ ใช่ ไม่มีเรื่องผีๆ สางๆ พวกนั้น……”“คุณหมายความว่า ในป่านี้ไม่มีคนกระดาษ และไม่มีดินแดนนิรันดร์ใช่ไหมครับ?” หลินชีเยี่ยครุ่นคิดก่อนถาม“แน่นอน ไม่มีหรอก” หลี่เต๋อหยางส่ายหน้าอย่างหนักแน่นหลินชีเยี่ยจมอยู่ในภวังค์ความคิดดูจากท่าทางของหลี่เต๋อหยาง ไม่เหมือนกำลังโกหก แต่เขาดูเหมือนไม่เชื่อว่าจริงๆ แล้วมีคนกระดาษอยู่ เขาเฝ้าดูแลป่านี้มานานหลายปี น่าจะรู้เรื่องราวในป่านี้ดีที่สุด……แต่ทว่า หลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ ก็ได้เห็นคนกระดาษที่หน้าต่างกับตาตัวเอง แถมยังไล่ตามมันไปนานพอสมควรเกิดอะไรขึ้นในป่านี้กันแน่……หลังจากกินดื่มจนอิ่มแล้ว หลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ ลุกขึ้นยืนก่อน อันชิงอวี๋และเฉาเยวียนยืนขนาบซ้ายขวา เตรียมจะพยุงหลี่เต๋อหยางออกไปอีกครั้ง แต่หลี่เต๋อหยางโบกมือปฏิเสธพวกเขา“ไม่ต้องหรอก ตอนนี้ฉันเดินเองได้แล้ว” หลี่เต๋อหยางนวดเอวพลางพูดอย่างหนักแน่นสำหรับสมาชิกหน่วยพิทักษ์ราตรีผู้สง่างาม การเดินโดยมีเด็กหนุ่มสองคนพยุงมาตลอดทางเพราะเอวเคล็ดนั้น ถ้าพูดออกไปคงอับอายแย่ ตอนนี้หลี่เต๋อหยางนั่งพักมานานพอสมควรแล้ว ก็ถือว่าฟื้นตัวได้บ้าง จึงปฏิเสธ ‘ความหวังดี’ของทั้งสองคนอย