ก็สามารถปกป้องความปลอดภัยของเด็กหญิงได้ ถ้าไม่ใช่เพราะว่าพยาบาลที่เรียกมาไม่สามารถอยู่ห่างจากหลินชีเยี่ยได้มากนัก เขาถึงกับอยากให้หลี่อี้เฟยส่งเด็กหญิงกลับบ้านจากตรงนี้เลย“เดี๋ยวก่อน!” ไป๋หลี่พั่งพั่งนึกอะไรขึ้นมาได้ รีบวิ่งไปที่ขอบเต็นท์ “พิซซ่ากำลังจะอบเสร็จแล้ว เดี๋ยวเด็กคนนั้นตื่นมาต้องหิวแน่ เอาไปให้เธอกินระหว่างทางด้วย”ขณะที่ไป๋หลี่พั่งพั่งกำลังวุ่นวาย เฉาเยวียนเดินไปที่เก้าอี้โยกแล้วอุ้มเด็กหญิงขึ้นหลังในบรรดาพวกเขาสี่คน มีแค่เฉาเยวียนคนเดียวที่ไม่สามารถลงมือต่อสู้ได้ง่ายๆ ยามไม่จำเป็น เขาได้แต่ยืนดูอยู่ข้างๆ เด็กหญิงจะปลอดภัยที่สุดเมื่ออยู่กับเขาในตอนนั้นเอง สายตาของอันชิงอวี๋ตกอยู่ที่หลินชีเยี่ย เขาลังเลครู่หนึ่งก่อนจะถอดเสื้อกันหนาวของตัวเองออกแล้วยื่นไปตรงหน้าหลินชีเยี่ยหลินชีเยี่ยชะงักไป“ฉันได้ปรับปรุงร่างกายมาแล้ว มียีนของน้ำแข็งอยู่ในตัว ไม่กลัวความหนาว นายเอาไปใส่เถอะ” อันชิงอวี๋ยิ้มพลางกล่าว “บางทีนี่อาจจะเรียกว่า……ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันก็ได้มั้ง?”