“มีคนอยู่เหรอ?”เมื่อได้ยินประโยคนี้ เฉาเยวียนและอันชิงอวี๋ต่างขมวดคิ้วพร้อมกัน เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ ส่วนไป๋หลี่พั่งพั่งสีหน้าซีดเผือด พูดเสียงสั่นเทา“ปะ… เป็นคนเป็นหรือว่า… คนตาย?”“มันมองพวกเราอยู่หลังหน้าต่าง แน่นอนว่าต้องเป็นคนเป็นสิ!” เฉาเยวียนอดไม่ได้ที่จะพูดออกมา“ไม่ใช่” หลินชีเยี่ยจ้องมองไปที่หน้าต่างมืดสนิทบานนั้น มืออีกข้างค่อยๆ กำด้ามดาบตรงแน่น สูดหายใจลึก แล้วพูดเสียงแหบแห้ง“นั่นไม่ใช่คนเป็น……พวกนายต้องเตรียมใจไว้ให้ดี”‘ไม่ใช่คนเป็นเหรอ?’อันชิงอวี๋หันไปมองที่หน้าต่างบานนั้น ดวงตาปรากฏประกายสีเทา ครู่ต่อมา เขาก็ยืนนิ่งอยู่กับที่“นี่มันเป็นไปได้ยังไง……”ม่านตาของเฉาเยวียนหดเล็กลงเล็กน้อย เขาส่องไฟฉายไปที่หน้าต่างบานนั้นโดยไม่รู้ตัว อยากเห็นให้ชัดว่ามันคืออะไรกันแน่…ลำแสงสว่างสาดผ่านกำแพงสีเทาที่ทรุดโทรม ส่องไปยังช่องมืดนั้น เห็นเพียงใบหน้าขาวซีดติดอยู่ที่ขอบหน้าต่างไม้สีน้ำตาลแดงที่ผุพัง ดวงตาสีดำสนิทไร้ตาขาวจ้องมองคนทั้งสี่ที่อยู่ด้านล่างไม่กะพริบ!ใบหน้านี้ช่างแปลกประหลาดเหลือเกิน ไม่เหมือนใบหน้าคนปกติที่มีมิติ แต่กลับมีความรู้สึกแบนราบอย่างน่าขนลุก คิ้วเรียวยาวเฉียง ดวงตาดำสนิท ริมฝีปากแดงสด… ใบหน้านั้นไม่มีจมูก มีเพียงรูสองรูที่มืดมิดทันทีที่เห็นใบหน้านั้น เฉาเยวียนรู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่แล่นจากฝ่าเท้าขึ้นสู่สมอง ขนทั้งตัวลุกชัน‘นี่มันไม่ใช่คน! นี่มันคนกระดาษที่