“เรื่องนี้ในรายงานข่าวกรองก็ไม่ได้อธิบายรายละเอียด” หลินชีเยี่ยนึกทบทวนแล้วพูดช้าๆอันชิงอวี๋ครุ่นคิดครู่หนึ่ง “ตอนที่ไปซื้อเครื่องมือที่เมืองเทียนเหอ ฉันได้ยินข่าวลือบางอย่าง”“ข่าวลืออะไร?”“แถวๆ เทือกเขาซิ่งอันนี้ มีนักล่าสมบัติอยู่มาก”“นักล่าสมบัติ? แถวนี้มีสมบัติเหรอ?” ตาของไป๋หลี่พั่งพั่งเป็นประกายขึ้นมาทันที“ก็ไม่ใช่หรอก สมบัติที่นี่ส่วนใหญ่หมายถึงโสมที่มีอายุมาก หรือสมุนไพรล้ำค่าอื่นๆ ที่เติบโตในป่าลึก แม้จะมีตำนานเกี่ยวกับสมบัติและซากโบราณสถานอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มาก และส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้ มักเป็นตำนานสยองขวัญ”“ที่แท้ก็เป็นสมุนไพรนี่เอง” ไป๋หลี่พั่งพั่งถอนหายใจอย่างผิดหวัง“ตำนานสยองขวัญ?” เฉาเยวียนกลับสนใจขึ้นมา “เล่าให้ฟังหน่อยสิ”ไป๋หลี่พั่งพั่งตกใจ หันไปมองรอบๆ ในป่าลึกที่มืดมิดและน่าขนลุก ความเงียบสงัดทำให้รู้สึกขนหัวลุก เขากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก “จะฟังเรื่องผีที่นี่เหรอ? นายแน่ใจนะ?”“ก็ฟังได้นะ สิ่งลี้ลับหลายอย่างมีที่มาจากตำนานชาวบ้านพวกนี้ บางทีอาจได้เจอในอนาคต” หลินชีเยี่ยพูดไป๋หลี่พั่งพั่งยิ้มแหย “ทำไมฟังน้ำเสียงนายแล้ว ดูเหมือนตั้งหน้าตั้งตารอเลยล่ะ?”อันชิงอวี๋กระแอมเบาๆ แล้วเริ่มพูดช้าๆ “มีตำนานสยองขวัญเกี่ยวกับเทือกเขาซิ่งอันมากมาย ทั้งเรื่องเทพจิ้งจอกตำนานลิงม้า คนกระดาษหามเกี้ยว……แต่เรื่องที่ฉันได้ยินมาดูเหมือนจะน่าขนลุกกว่าตำนานเล่าว่า ลึกเข้าไปในป