สั้นๆ นายจำแผนที่นั่นได้หมดแล้วเหรอ?”“ไม่ถึงนาที” อันชิงอวี๋พูดเรียบๆ “สิบกว่าวินาทีก็พอ”ไป๋หลี่พั่งพั่ง “……”‘ฟังดูสิ นี่มันภาษามนุษย์เหรอ?’“ฉันนึกว่าที่นายบอกว่าวิธีตรงๆ คือจะจับพวกเขาทุบจนล้มแล้วทรมานซักถาม” อันชิงอวี๋มองไปที่หลินชีเยี่ยหลินชีเยี่ยกระตุกเปลือกตา “พวกเราล้วนเป็นหน่วยพิทักษ์ราตรี ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีรุนแรงขนาดนั้น……ความตั้งใจเดิมของฉันคือไปสำรวจเส้นทางของฐานที่มั่นก่อน แล้วค่อยหาโอกาสขโมยเบาะแสบางอย่างออกมา ใครจะไปรู้ว่าพวกเขาจะแขวนแผนที่ไว้บนกระดานดำอย่างโจ่งแจ้งแบบนี้”“พูดถึงเรื่องนี้ หน่วยพิทักษ์ราตรีหน่วยนี้ดูน่าสงสารจริงๆ” ไป๋หลี่พั่งพั่งถอนหายใจ “มีคนแค่สองคนเอง แถมยังอยู่ในที่ห่างไกลขนาดนี้……”“อำเภออันถ่ามีประชากรน้อย ในที่ที่พลังงานอ่อนแอ โดยทั่วไปจะไม่มีสิ่งลี้ลับที่แข็งแกร่งเกินไปปรากฏ อย่างมากก็แค่พวกลูกกระจ๊อกขั้นจั่นหรือขั้นฉือ หน่วยเล็กๆ แค่สองคนก็เพียงพอแล้วจริงๆ” เฉาเยวียนพูด“ถ้าอย่างนั้น ทำไมครั้งนี้ถึงมีสิ่งลี้ลับที่แข็งแกร่งขนาดนี้ปรากฏขึ้นล่ะ?”“ไม่รู้สิ” หลินชีเยี่ยส่ายหน้า “สิ่งลี้ลับตัวนี้ ตั้งแต่แรกก็ออกมาจากป่าดงดิบ น่าจะมีความเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นในป่า……สาเหตุที่แท้จริง พวกเราต้องไปสืบสวนเอง”เฉาเยวียนพยักหน้า “ตอนนี้เครื่องไม้เครื่องมือพร้อมแล้ว เบาะแสก็ได้มาแล้ว ต่อไปเราจะ……”หลินชีเยี่ยอืมเบาๆ แล้วเงยหน้ามองดวงอาทิตย์สีเหลืองอำพันค่อ