ีกฝ่ายจ้องมองเด็กหนุ่มทั้งสี่อยู่นาน ก่อนจะพยักหน้า“หนุ่มๆ ข้างนอกลมแรง เข้ามาดื่มชาสักถ้วยเถอะ” หลี่เต๋อหยางหยิบกาน้ำร้อนจากใต้โต๊ะ แล้วหยิบแก้วกระดาษสี่ใบจากตู้ เริ่มรินชาให้พวกเขาไอน้ำที่ระเหยลอยขึ้นมาจากแก้วกระดาษ ในที่สุดเตาผิงในห้องก็เริ่มทำงาน หลินชีเยี่ยและอีกสามคนเดินเข้ามาในห้อง วางกระเป๋าเป้สำหรับปีนเขาลง แล้วนั่งล้อมรอบโต๊ะ พลางถอดถุงมือออกและเริ่มผิงไฟข้างเตา“หนุ่มๆ ฉันไม่สนหรอกว่าพวกนายจะเข้าป่าไปทำอะไร แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่ดีที่จะเข้าไปเลย” หลี่เต๋อหยางพูดอย่างจริงจังขณะห่มเสื้อคลุมทหาร “ถ้าพวกนายยังอยากจะเข้าไปจริงๆ ก็รออีกหนึ่งเดือนเถอะ”เด็กหนุ่มทั้งสี่สบตากัน ไป๋หลี่พั่งพั่งลูบกระเป๋าแล้วหยิบนาฬิกาโรเล็กซ์เรือนหรูออกมา ก่อนจะยื่นให้หลี่เต๋อหยาง“ลุงครับ ทำไมถึงเข้าป่านี้ไม่ได้ล่ะครับ ช่วยเล่าให้พวกเราฟังหน่อยได้ไหม?” ไป๋หลี่พั่งพั่งพูดพร้อมรอยยิ้ม “พวกเราอุตส่าห์เดินทางมาไกลจากกว่างเซิน ถ้าต้องกลับไปแบบนี้… มันเสียเวลาเปล่าจริงๆ นะครับ!”หลี่เต๋อหยางชำเลืองมองนาฬิกาโรเล็กซ์แล้วแค่นเสียง “อย่ามาใช้กลเม็ดแบบในเมืองกับฉันเลย ฉันมองออกว่าพวกนายก็แค่ลูกคุณหนูที่ออกมาหาความตื่นเต้น ฉันจะเตือนพวกนายอีกครั้ง อย่าเอาชีวิตไปทิ้งเพราะความตื่นเต้นเพียงเล็กน้อยเลย”เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายพูดมาถึงขนาดนี้แล้ว ไป๋หลี่พั่งพั่งจึงได้แต่นั่งลงอย่างเก้อเขิน หลินชีเยี่ยหันไปมองอันชิงอวี๋ที่