น“ต้องมีสิ ต้องมีแน่”ก๊อก ก๊อก ก๊อก!ทันทีที่สิ้นเสียง เสียงเคาะประตูที่ไม่เบาไม่หนักก็ดังขึ้น หลี่เต๋อหยางและเฉินหานสบตากัน ต่างเห็นความสงสัยในดวงตาของอีกฝ่ายกรมป่าไม้แห่งนี้ไม่มีใครมาเคาะประตูเกือบปีแล้วเฉินหานเดินไปเปิดประตู เห็นเด็กหนุ่มสี่คนแต่งตัวเหมือนนักท่องเที่ยวยืนอยู่ เขาชะงักงัน“พวกคุณมีธุระอะไรเหรอ?”หลินชีเยี่ยถอดหน้ากากอนามัยออก ใบหน้าเผยรอยยิ้ม พูดอย่างสุภาพว่า“สวัสดีครับ พวกเรามาเที่ยวที่นี่ แต่ไม่คุ้นเคยกับสภาพป่าด้านหน้า จึงอยากมาถามว่ามีแผนที่ให้พวกเราไหมครับ……”“แผนที่?”หลี่เต๋อหยางที่อยู่ในห้องได้ยินประโยคนี้ ถึงกับหัวเราะด้วยความขัน “พวกนายคิดว่าด้านหลังนี่คืออะไร? สวนสนุกเหรอ? นั่นมันป่าดงดิบนะ!”หลินชีเยี่ยครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วค่อยๆ ชี้ไปที่แผนที่บนกระดานดำในห้อง“งั้น……อันนั้นบนกระดานดำคืออะไรครับ?”หลี่เต๋อหยาง “…”“นั่นเป็นเพียงแผนผังเขตป่า ไม่เกี่ยวกับป่าดงดิบด้านหลัง” เฉินหานพูดอย่างสงบ มองตาเด็กหนุ่มอย่างจริงจัง“และพวกนายไม่สามารถเข้าไปในป่านั้นได้นะ”หลินชีเยี่ยเลิกคิ้ว “ทำไมครับ?”“เพราะว่า……ในป่ามีหมี”“หมี?” ใบหน้าของหลินชีเยี่ยเผยความยินดี “นั่นวิเศษมากเลยครับ พวกเรามาที่นี่เพื่อถ่ายทำสารคดีเกี่ยวกับหมีโดยเฉพาะ ถ้าไม่รบกวน พวกเราขอเข้าไปนั่งคุยได้ไหมครับ? ผมอยากรู้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพภายในป่าเพิ่มเติม”เฉินหานขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาหันไปมองหลี่เต๋อหยางในห้อง อ