รถไฟโบราณสีเขียวค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากสถานี พร้อมเสียงคำรามดังก้องไปตามรางรถไฟด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆภายในตู้โดยสารหนึ่ง เด็กหนุ่มสี่คนนั่งหันหน้าเข้าหากัน มีโต๊ะเล็กๆ ไม่ถึงหนึ่งเมตรวางอยู่ตรงหน้า บนโต๊ะมีจานเปลือกส้ม เก๋ากี้ซองเล็กๆ หนึ่งซอง และแก้วน้ำร้อนที่ยังมีไอระอุข้างๆ พวกเขามีชายชราวัยห้าสิบกว่าปีนั่งอยู่ด้วย พร้อมกับเด็กหญิงอายุราวสิบขวบเด็กหนุ่มทั้งสี่สบตากันแล้วถอนหายใจอย่างจนปัญญารถไฟสีเขียวแบบเก่าๆ แบบนี้ มักจะมีที่นั่งยาวสองแถวหันหน้าเข้าหากัน แต่ละแถวนั่งได้สามคน รวมเป็นพื้นที่เล็กๆ สำหรับหกคน แต่จะมีโต๊ะเล็กๆ เพียงตัวเดียวให้ใช้ร่วมกัน……เห็นได้ชัดว่าโต๊ะเล็กตรงหน้าพวกเขา ถูกชายชราที่นั่งข้างหลินชีเยี่ยยึดครองไปแล้ว“หลานรัก กินส้มอีกลูกไหม?” ชายชราปอกส้มอีกลูก ยิ้มตาหยีส่งให้เด็กหญิงที่นั่งตรงข้ามเด็กหญิงส่ายหน้าปฏิเสธ เปียสองข้างแกว่งไปมา “หนูกินไม่ไหวแล้ว! คุณปู่ให้หนูกินไปตั้งหกลูกแล้วนะ!”ชายชรามองส้มในมืออย่างลำบากใจ ครู่หนึ่งก็ถอนหายใจแล้วยัดเข้าปากตัวเอง “จะทิ้งไปก็ไม่ได้ละนะ……”เด็กหนุ่มทั้งสี่สบตากันอีกครั้ง ไป๋หลี่พั่งพั่งอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็หยุดชะงัก……หลินชีเยี่ยส่งสายตาให้กับอีกสามคน พวกเขาเอียงตัวเข้าหากันแล้วกระซิบคุยกันแผ่วเบา“ชีเยี่ย พวกเราเป็นถึงหน่วยรบพิเศษที่ห้า ทำไมต้องมานั่งรถไฟโบราณแบบนี้ด้วย? หน่วยรบพิเศษอื่นเขาไม่ได้นั่งเ