ครื่องบินลำเลียงบินไปทั่วหรอกเหรอ!? ทำไมพอเป็นพวกเรา ถึงได้ห่วยแตกขนาดนี้?” ไป๋หลี่พั่งพั่งอดถามไม่ได้“พวกเรายังเป็นแค่หน่วยสำรอง หน่วยสำรอง… ไม่มีเครื่องบินให้ใช้หรอก” หลินชีเยี่ยตอบอย่างจนใจ“งั้นอย่างน้อยเราก็น่าจะได้นั่งรถไฟความเร็วสูงนะ?”“จุดหมายของเราอยู่ไกลเกินไป รถไฟความเร็วสูงไปไม่ถึง ต้องนั่งรถไฟโบราณแบบนี้เท่านั้นถึงจะไปถึงบริเวณนั้นได้ แถมลงรถไฟแล้วยังต้องต่อรถอีกต่างหาก” หลินชีเยี่ยอธิบาย“พวกเราเสียเวลาอยู่ในทะเลไปวันนึงแล้ว ตอนนี้ก็มาเสียเวลาระหว่างทางอีก จะไม่มีปัญหาจริงๆ เหรอ?” เฉาเยวียนขมวดคิ้วเล็กน้อย “โดยทั่วไปแล้ว ถ้าหน่วยพิทักษ์ราตรีท้องถิ่นไม่สามารถจัดการเหตุการณ์ได้ ถึงจะขอการสนับสนุนจากหน่วยรบพิเศษไม่ใช่เหรอ? เวลาสองวัน หากสถานการณ์เลวร้ายลง……”“ครั้งนี้เป็นกรณีพิเศษ มันจะไม่ส่งผลกระทบต่อสังคมมนุษย์ในระยะสั้น หากเกิดเหตุฉุกเฉินจริงๆ ผู้บัญชาการเยี่ยจะส่งเครื่องบินมารับพวกเราเอง”ขณะที่ทั้งสี่คนกำลังกระซิบกระซาบกันอยู่นั้น ชายชราข้างๆ ก็มองพวกเขาด้วยสายตาแปลกๆ จิบชาร้อนอย่างใจเย็น แล้วเอ่ยขึ้นเบาๆ“ถิงถิง หลานต้องตั้งใจเรียนให้ดีนะ จะได้เป็นคนที่มีประโยชน์ต่อสังคม อย่าไปทำตัวเป็นขโมย……เฮ้อ พวกนี้มันเป็นภัยสังคม!”เด็กหนุ่มทั้งสี่คน “……”สถานที่แคบๆ แบบนี้ ชายชราพูดพลางชำเลืองมองมาทางนี้ด้วย ความหมายในคำพูดนั้นชัดเจนเสียงกระซิบหยุดลง ไป๋หลี่พั่งพั่งได้ยินคำพูดนั้นก็