รู้สึกไม่พอใจอย่างมาก เขากำลังจะลุกขึ้นไปโต้เถียงกับชายชราแต่หลินชีเยี่ยที่นั่งตรงข้ามก็ใช้มือกดไหล่เขาไว้พลางส่ายหน้าก็ไม่อาจโทษชายชราที่เข้าใจผิดได้ เพราะทั้งสี่คนดูไม่เหมือนนักท่องเที่ยวเอาเสียเลย ไม่ได้พกกระเป๋าเดินทางท่าทางน่าสงสัย แอบซุบซิบกันอย่างลับๆ ล่อๆ ดูยังไงก็ไม่เหมือนคนดีชายชราพูดประโยคนั้นก็เพื่อจะเตือนสติ ไม่ให้พวกเขาคิดนอกลู่ ให้เป็นคนดีการสนทนาของทั้งสี่คนถูกขัดจังหวะ พวกเขาจึงกลับที่นั่งของตัวเองและเริ่มหลับเพื่อฆ่าเวลาผ่านไปประมาณสิบกว่านาที เด็กหญิงดูเหมือนจะนั่งไม่ติด “คุณปู่คะ หนูอยากเข้าห้องน้ำ”“ได้ๆ ปู่จะพาไป” ชายชราลุกขึ้นยืน กำลังจะออกจากที่นั่ง แต่ลังเลครู่หนึ่งแล้วยื่นมือไปหยิบกระเป๋าเดินทางใบเล็กใต้ที่นั่งขึ้นมาแบกไว้บนไหล่ แล้วเดินตามเด็กหญิงออกไปก่อนจะออกไป เขายังไม่ลืมที่จะจ้องเด็กหนุ่มทั้งสี่อย่างดุดัน ราวกับจะเตือนไม่ให้พวกเขาทำอะไรไม่ดีพอสองคนนั้นจากไป ทั้งสี่คนก็รีบล้อมวงรอบโต๊ะเล็ก เขี่ยเปลือกส้มที่กองอยู่บนโต๊ะออกไปด้านข้าง เพื่อเปิดพื้นที่ว่าง“ฉันว่านะ ตาแก่คนนั้นเกินไปหน่อยแล้ว พวกเราเป็นถึงหน่วยรบพิเศษที่ห้า แต่กลับถูกเรียกว่าขโมย……” ไป๋หลี่พั่งพั่งอัดอั้นมานาน ในที่สุดก็พูดออกมาได้หลินชีเยี่ยส่ายหน้า “ไม่ต้องใส่ใจหรอก จริงๆ แล้วเขาก็หวังดี……ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือภารกิจ!”เขาวางโทรศัพท์บนโต๊ะ เปิดแผนที่แล้วเลื่อนอย่างรวดเร็ว“จุดหมายครั้งนี