้ง…ดวงตาฉายแววปรารถนาเขาส่ายหน้า มุมปากเผยรอยยิ้มขมขื่น ก่อนจะเดินไปยังอีกด้านของทะเลเพียงลำพังรถม้าของนักปราชญ์แล่นผ่านอาคารหลายหลัง แล้วหยุดลงที่ประตูใหญ่ซึ่งอยู่ในสภาพยับเยินอาจารย์เฉินก้าวลงจากรถ เพ่งพินิจโดยไปรอบ ขณะนี้ทหารที่รักษาการณ์กำลังเก็บกวาดศพบนพื้น เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย หันไปถามว่า“เกิดอะไรขึ้น?”ผู้คุมเดินเข้ามา เล่าเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นอย่างละเอียด คิ้วที่ขมวดแน่นของอาจารย์เฉินค่อยๆ คลายลงเขาเงยหน้ามองไปทางที่ร่างทั้งสี่จากไป มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย“ไอ้หนุ่มคนนี้……”“ช่างเถอะ ไป……ก็ปล่อยให้ไปเถอะ”เขาปัดแขนเสื้อ หมุนตัวเดินเข้าไปในศูนย์ไจเจี้ย ที่นี่ยังมีเรื่องมากมายรอให้เขาจัดการทันใดนั้น เขาหยุดฝีเท้า เอ่ยปากอย่างสงสัย“ไม่ถูกนี่ รู้สึกเหมือนฉันลืมอะไรบางอย่าง……”…“อะไรนะ?!”เยี่ยฟ่านเบิกตากว้าง จ้องมองหมอหลี่และอาจารย์เฉินตรงหน้า ด้วยสีหน้า ‘พวกคุณล้อผมเล่นใช่ไหม’“หนีไป? พวกคุณปล่อยให้เขาหนีไปแบบนี้เลยเหรอ?” เยี่ยฟ่านกำเอกสารปึกหนาไว้ด้วยสีหน้าซีดเซียว “ผมไม่ได้บอกให้พวกคุณดูแลเขาไว้ รอให้ผมมารับตัวหรอกเหรอ?”อาจารย์เฉินและหมอหลี่สบตากัน สีหน้าทั้งคู่แสดงความกระอักกระอ่วน“ตอนนั้นสถานการณ์ค่อนข้างพิเศษ เลยลืมเรื่องนี้ไปชั่วขณะน่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า……แค่อุบัติเหตุเล็กน้อยเอง” อาจารย์เฉินยกถ้วยชาจากโต๊ะ ส่งให้เยี่ยฟ่าน“ผู้บัญชาการเยี่ย อย่าโมโหมากสิ ดื่มชาสักถ้วยแล้วใจเย็นๆ”เยี่ยฟ่า