ื่อยแล้วล่ะ เขาออกจากโรงพยาบาลจิตเวชไปแล้ว”เฉาเยวียนตกใจ รีบถามทันที “เขาไปไหน?”“เพิ่งออกไปไม่นาน ตอนนี้น่าจะใกล้ถึงประตูใหญ่แล้ว” หมอหลี่คิดสักครู่แล้วตอบเฉาเยวียนกับไป๋หลี่พั่งพั่งสบตากัน แล้วรีบวิ่งออกไปทางประตูใหญ่ของศูนย์ไจเจี้ย“เดี๋ยวก่อน” เฉาเยวียนนึกอะไรขึ้นมาได้ หันไปมองหมอหลี่ด้วยสีหน้าประหลาด “หมอหลี่ คุณปลูกฝัง……จิตใต้สำนึกในสมองของผมด้วยใช่ไหม?”หมอหลี่ชะงัก แล้วยิ้มพลางส่ายหน้า“เธอคิดมากไปแล้ว ฉันแค่ขู่เขาเท่านั้น อย่าเชื่อเลย”มุมปากของเฉาเยวียนกระตุกเล็กน้อย มองใบหน้าที่ยิ้มแย้มนั้นด้วยความไม่เชื่อถือเขาโบกมือลาหมอหลี่ แล้วรีบออกจากที่นั่นพร้อมกับไป๋หลี่พั่งพั่งหลินชีเยี่ยที่หลุดพ้นจากการต่อสู้แล้ว วิ่งไปทางประตูใหญ่ของศูนย์ไจเจี้ย หลังจากออกจากลานกิจกรรมกลางแจ้ง เขาก็ไม่เจอปัญหาอะไรตลอดทาง ไม่นานก็มาถึงบริเวณใกล้ประตูใหญ่ยังไม่ทันเห็นประตูใหญ่ เสียงระเบิดก็ดังสนั่นจนแก้วหูของหลินชีเยี่ยแทบแตก เปลวไฟสว่างจ้าลุกโชนติดต่อกันไม่รู้ว่าเป็นอาวุธของทหาร หรือผนึกต้องห้ามของนักโทษพื้นดินสั่นสะเทือนเล็กน้อย หลินชีเยี่ยผ่านเรือนจำที่พังยับเยินมา ในที่สุดก็เห็นสภาพของประตูใหญ่ระหว่างกำแพงเหล็กสูงสองด้าน มีประตูโลหะหนาหนักกว้างสิบกว่าเมตร ตอนนี้หน้าประตูนี้ถูกล้อมด้วยรถหุ้มเกราะและรถถังจำนวนมาก ปิดกั้นทางออกอย่างแน่นหนาระหว่างรถหุ้มเกราะและรถถังเหล่านี้ มีทหารป้องกันหลายร้อยนายถื