องคนอื่น แน่นอนว่าสำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว จิตใต้สำนึกพวกนี้ก็เหมือนเม็ดทรายในทะเลทราย ไม่ส่งผลกระทบอะไรต่อพวกเขาเลย สามารถละเลยการมีอยู่ของมันได้มันจะเกิดผลก็ต่อเมื่ออยู่ในบางสถานการณ์เท่านั้น……”เซี่ยอวี่ได้ยินประโยคนี้ก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ในใจเริ่มมีลางสังหรณ์ไม่ดี“เช่น……แบบนี้”ดวงตาของหมอหลี่เปล่งประกายแปลกๆ จากนั้นเซี่ยอวี่ที่อยู่ตรงหน้าก็สั่นสะท้านไปทั้งตัว ประกายในดวงตาหายวับไป ม่านตาขยาย ราวกับสูญเสียสติไปโดยสิ้นเชิง ยืนนิ่งอยู่กับที่ราวกับรูปปั้นหมอหลี่เดินเข้าไปอย่างใจเย็น ผลักเซี่ยอวี่เบาๆ ร่างที่แข็งทื่อของเขาก็ล้มลงไปทั้งยืน“อยู่ดีไม่ว่าดี? ทำไมต้องมาเป็นศัตรูกับจิตแพทย์ด้วย” หมอหลี่ถอนหายใจทันใดนั้น เขาก็ราวกับรู้สึกถึงบางอย่าง หันไปมองในห้อง สายตาสบเข้ากับดวงตาคู่นั้นที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงพอดี“หมอหลี่?”“เป็นเธอ?” หมอหลี่เห็นเฉาเยวียนแล้วดวงตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ “เฉาเยวียน? ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่?”เฉาเยวียนลังเลครู่หนึ่งก่อนจะตอบ “ผมมาช่วยพี่น้องของผม……”“พี่น้องของเธอ?” หมอหลี่มองเซี่ยอวี่ที่นอนสลบอยู่บนพื้น ขมวดคิ้วเล็กน้อย “เธอเป็นพวกเดียวกับพวกเขาเหรอ?”“ไม่ใช่” เฉาเยวียนโบกมือปฏิเสธ “พี่น้องของผมคือหลินชีเยี่ย เขาน่าจะเป็นคนไข้ของคุณด้วย ผมมาเพื่อช่วยเขาแต่พวกเราไม่มีความเกี่ยวข้องกับคนพวกนี้เลย”“ช่วยหลินชีเยี่ยสินะ……” หมอหลี่พยักหน้าอย่างครุ่นคิด “งั้นเธอไม่ต้องเหน