เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนจำตัวเองได้แล้ว หลินชีเยี่ยก็หมดหวังในใจ เขารู้ดีว่าชีวิตของเขามีค่าแค่ไหนในสายตาของศาสนจักรเทพโบราณและสาวกวันนี้เขาคงไม่มีทางรอดพ้นไปได้อย่างปลอดภัยเขาสูดหายใจลึก จิตใจจมดิ่งลงสู่โรงพยาบาลจิตเวชแห่งเทพเจ้า ทักทายเมอร์ลินและนิกซ์ล่วงหน้า พร้อมรับวิญญาณของพวกเขาได้ทุกเมื่อในช่วงปีที่ผ่านมา บาดแผลทางวิญญาณของหลินชีเยี่ยได้หายสนิทแล้ว สามารถรองรับการสถิตย์วิญญาณของเทพได้อีกครั้งในระยะเวลาสั้นๆ หากสามารถยกระดับขึ้นสู่ขั้นพิภพ เขาอาจมีพลังต่อสู้ได้ แม้จะแย่ที่สุดก็ยังมีความสามารถในการป้องกันตัวเองนี่คือที่พึ่งสุดท้ายของหลินชีเยี่ย!“เหลือเวลาไม่มากแล้ว รีบฆ่าเขาซะ แล้วค่อยไปฆ่าอู๋……” ลำดับสี่พูดได้ครึ่งประโยค จู่ๆ ก็ชะงักอยู่กับที่ ดวงตาเต็มไปด้วยความเหม่อลอยลำดับหกข้างๆ ก็ตกอยู่ในอาการเดียวกัน“นี่คือ……” หลินชีเยี่ยเห็นภาพนี้แล้ว ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ในชั่วขณะต่อมา ภาพตรงหน้าเขาก็เปลี่ยนไป ลานกิจกรรมที่มืดมิดหายไป แทนที่ด้วยทะเลกว้างใหญ่ไม่มีลม ไม่มีเมฆ ผิวน้ำทะเลราบเรียบไร้คลื่น ราวกับกระจกเงาบานใหญ่ สะท้อนท้องฟ้าสีเหลืองอำพันอย่างชัดเจนณ สุดขอบฟ้าไกลลิบ ดวงอาทิตย์สีส้มแดงจมหายไปครึ่งดวง แสงสุดท้ายสะท้อนบนผิวน้ำราบเรียบ ราวกับทะเลทั้งผืนถูกย้อมเป็นสีแดงเข้มหลินชีเยี่ยเงยหน้าขึ้น เห็นลำดับสี่และหกยืนอยู่บนผิวน้ำไม่ไกล ใบหน้าเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด“ที่นี่คือ… โลกแห