สงสัย “ทำไมฉันรู้สึกว่าเรื่องนี้ดูไม่น่าเชื่อถือเลยนะ?”“ไม่น่าเชื่อถือตรงไหนล่ะ? มันสมเหตุสมผลดีออก!” ไป๋หลี่พั่งพั่งเบิกตาโพลง พูดอย่างอดทน “หรือว่า นายยังมีวิธีอื่นที่จะเข้าไปในศูนย์ไจเจี้ยอีกล่ะ? แม้ว่าจะรออยู่ที่นี่สองสามวัน กองกำลังป้องกันอ่อนลงบ้าง พวกเราจะมั่นใจว่าบุกเข้าไปได้เหรอ?”เฉาเยวียนพูดไม่ออกจริงด้วย แม้ว่าจะผ่านไปสองสามวัน กองกำลังป้องกันที่นี่ก็คงไม่ได้อ่อนลงไปมากนัก……“แล้วหลังจากถูกส่งตัวเข้าไปล่ะ? พวกเขาต้องค้นตัวแน่ๆ หลังจาก [พื้นที่อิสระ] ของนายถูกยึดไป พวกเราก็จะไม่มีวิธีช่วยหลินชีเยี่ยแล้วนะ” เฉาเยวียนเอ่ยอีกครั้งไป๋หลี่พั่งพั่งตบไหล่เขาเบาๆ พลางถอนหายใจ ทำสีหน้า “ผมผิดหวังในตัวนายมากนะ”“ผมบอกเลยว่า นายก็อยู่กับผมมานานแล้ว ทำไมยังไม่เข้าใจอีกล่ะ? แผนที่ดีที่สุดคือไม่มีแผน! ถึงเวลาก็ต้องมีทางออก พอเราเข้าไปในศูนย์ไจเจี้ยแล้ว ก็ต้องมีวิธีแน่นอน!”“อย่างตอนนี้ ก่อนที่เราจะมาที่เกาะนี้ นายคิดออกไหมว่าจะมอบตัวเข้าคุก? เป็นไปไม่ได้หรอก! ดังนั้นไม่ต้องคิดอะไรให้รอบคอบมากนัก……”ภายใต้การล้างสมองอย่างต่อเนื่องของไป๋หลี่พั่งพั่ง ความคิดของเฉาเยวียนก็สับสนไปหมด รู้สึกเหมือนหัวอื้ออึงเขามองคุณชายไป๋หลี่ แล้วมองไปที่ด่านตรวจในระยะไกล ก่อนจะกัดฟันแน่น!“ตกลง ทำแบบนั้นก็ได้!”…ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้มในยามพลบค่ำ ระหว่างปราการเหล็กสูงตระหง่าน สไนเปอร์คนหนึ่งกำลังถือปืนไรเฟิลส่องกล้อ