็นกองกำลังป้องกันที่เพิ่มขึ้นชั่วคราว ผ่านไปสักพักก็น่าจะอ่อนกำลังลงไม่น้อย รอถึงตอนนั้นพวกเราค่อยหาโอกาสอีกที”“ต้องรออีกเหรอ……” ไป๋หลี่พั่งพั่งเกาหัว จู่ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ “ผมมีความคิดหนึ่ง!”“ว่ามา”“นายว่า ภารกิจสำคัญที่สุดของพวกเราตอนนี้คืออะไร?”“เข้าไปในศูนย์ไจเจี้ยไง” เฉาเยวียนมองเขาอย่างสงสัย“ใช่! เข้าไปในศูนย์ไจเจี้ย!” ไป๋หลี่พั่งพั่งตบขาเสียงดัง “งั้นผมถามนายหน่อย ถ้าพวกเราจะบุกเข้าไปช่วยนักโทษแต่ล้มเหลวและถูกผู้คุมจับได้ พวกเราจะถูกส่งไปที่ไหน?”เฉาเยวียนครุ่นคิดครู่หนึ่ง “ส่งขึ้นสวรรค์?”“……” มุมปากของไป๋หลี่พั่งพั่งกระตุกเล็กน้อย “นายมองโลกในแง่ดีหน่อยสิ ผมหมายถึง……ถ้าพวกเราแค่พยายามบุกเข้าไปช่วยนักโทษ แล้วก็สำนึกผิด ยอมมอบตัวเอง และร้องขอความเมตตา พวกผู้คุมจะไม่คิดว่าพวกเรา……นายเข้าใจความหมายของผมใช่ไหม?”ไป๋หลี่พั่งพั่งขยิบตาที่ไม่ใหญ่อยู่แล้วให้เล็กลงไปอีก พยายามสื่อสารทางสายตาอย่างบ้าคลั่ง“คิดว่าพวกเรา……ป่วย?”“……คิดว่าพวกเราไม่สมควรตาย!”“ฉันเข้าใจความหมายของนายแล้ว” เฉาเยวียนครุ่นคิด “นายหมายความว่า ถ้าพวกเราเข้าไปหาพวกเขาเองพวกเขาก็จะไม่ฆ่าพวกเราในทันที แต่จะหาที่กักขังพวกเราไว้ก่อน……”“ใช่!” ไป๋หลี่พั่งพั่งพยักหน้าหงึกหงัก “และในรัศมีพันลี้แถวนี้ มีสถานที่ที่สามารถกักขังคนได้แค่ที่เดียว……”“มอบตัวที่หน้าคุก แล้วขอให้พวกเขากักขังพวกเราในคุก……” เฉาเยวียนพึมพำ ดวงตาฉายแวว