“พวกหน่วยพิทักษ์ราตรีฝึกซ้อมกันหนักทุกวันเลยเหรอ?”ท่ามกลางแสงแดดเจิดจ้า อันชิงอวี๋นั่งอยู่ใต้ร่มเงาไม้ มองหลินชีเยี่ยที่เหงื่อท่วมใบหน้าแล้วอดถามออกไปไม่ได้หลินชีเยี่ยลากร่างกายที่อ่อนล้ามานั่งใต้ร่มเงาไม้ รับผ้าขนหนูที่นักโทษคนหนึ่งส่งมาให้แล้วเริ่มเช็ดเหงื่อ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย ดวงตาฉายแววหวนคิดถึงอดีต “การฝึกของพวกเราตอนนั้นยากลำบากกว่านี้มากนะ”อันชิงอวี๋ยักไหล่ “ฉันชอบการออกกำลังสมองมากกว่า……หน่วยพิทักษ์ราตรีคงไม่เหมาะกับฉันจริงๆ”หลินชีเยี่ยมองเขาแวบหนึ่ง ลังเลครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถาม “ถ้าพวกเราหนีออกจากที่นี่ได้จริงๆ นายมีแผนอะไร?”“ฉันต้องเตือนนายว่า ตอนนี้นายยังเป็นนักโทษผู้มีพลังเหนือมนุษย์ที่อันตราย ถ้าแหกคุกออกไปจริงๆ นายก็จะกลายเป็นผู้ร้ายที่มีความผิดเพิ่มขึ้น แม้จะยังไม่ถึงขั้นที่หน่วยร่างทรงต้องออกมาไล่ล่า แต่การใช้ชีวิตอย่างคนปกติคงเป็นไปไม่ได้เลย”“……นายอยากหลบซ่อนในท่อระบายน้ำไปตลอดชีวิตจริงๆ เหรอ?”อันชิงอวี๋ชะงัก ดวงตาฉายแววสับสน…เขาลังเลอยู่นาน ก่อนจะส่ายหน้า “ฉันไม่รู้……เรื่องในอนาคต ค่อยว่ากันทีหลังแล้วกัน”หลินชีเยี่ยถอนหายใจเบาๆ ไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่เงยหน้ามองเวลาบนหอนาฬิกาแล้วค่อยๆ ลุกขึ้นยืน“นายเป็นอัจฉริยะ เรื่องนี้ฉันรู้ดีกว่าใคร ท่อระบายน้ำไม่ใช่ที่ที่นายควรอยู่……เรื่องของตัวเอง นายลองคิดให้ดีๆนะ” หลินชีเยี่ยโบกมือลาอันชิงอวี๋แล้วเดินตรงไปทางโรงพยาบาลจิตเวช“น้