วยให้หลินชีเยี่ย “พูดตามตรง ฉันชื่นชมเธอมากเมื่อปีที่แล้ว ตอนที่เธอยอมเสี่ยงชีวิตลงจากรถ ฉันก็รู้แล้วว่าอนาคตของเธอจะไม่ธรรมดาแน่ น่าเสียดายที่หลังจากนั้นเมื่อฉันได้พบเธออีกครั้ง เธอก็สูญเสียสติไปแล้ว แม้จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในระหว่างนั้น แต่ฉันก็เชื่อมั่นเสมอว่าเส้นทางของเธอจะไม่จบลงแค่นี้”หลินชีเยี่ยเกาศีรษะอย่างเก้อเขิน “รบกวนอาจารย์เป็นห่วงแล้วครับ”“หมอหลี่บอกหรือยังว่าเมื่อไหร่จะออกจากโรงพยาบาลได้?”“เขาบอกว่าต้องดูอาการอีกหนึ่งปี” หลินชีเยี่ยเอ่ยขึ้นอย่างจนใจ“หนึ่งปีเหรอ?” อาจารย์เฉินครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า “ดูอาการนานหน่อยก็ดี จะได้ไม่มีปัญหาแฝงอะไรหลงเหลืออยู่……”มุมปากของหลินชีเยี่ยกระตุกเล็กน้อย “คุณไม่คิดว่า… หนึ่งปีมันนานเกินไปเหรอครับ?”มืออาจารย์เฉินที่กำลังถือถ้วยชาชะงักไป เขาจ้องตาหลินชีเยี่ยแล้วพูดยิ้มๆ “ยังไง? อยากให้ฉันช่วยอ้อนวอนให้เหรอ?”“ถ้าเป็นไปได้ก็ดีครับ” หลินชีเยี่ยตอบอย่างหน้าด้านๆอาจารย์เฉินส่ายหน้า “ฉันเป็นแค่ผู้คุมเรือนจำเท่านั้น เรื่องของโรงพยาบาลจิตเวช ฉันไม่มีอำนาจจัดการ… เธอจะออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่ นั่นเป็นการตัดสินใจของหมอหลี่และผู้บริหารระดับสูงของหน่วยพิทักษ์ราตรี”“ครับ……” หลินชีเยี่ยถอนหายใจแม้เขาจะคาดเดาคำตอบนี้ไว้แล้ว แต่เมื่อถูกอาจารย์เฉินปฏิเสธจริงๆ ก็ยังรู้สึกผิดหวังอยู่ดี……“อ้อ เพิ่งนึกขึ้นได้” หลินชีเยี่ยทำท่านึกอะไรขึ้นมาได้ “ท่า