หลินชีเยี่ยเห็นสองคนเดินเข้ามาในโรงอาหารจากหางตา ทั้งคู่โบกมือทักทายพวกเขาฟางหยางฮุยเดินมาหาเขาพร้อมรอยยิ้ม “ไม่นึกเลยว่านายก็คือเด็กหนุ่มที่โค่นหันจินหลงเมื่อวานนี้”หลินชีเยี่ยยิ้มเล็กน้อย แนะนำทั้งสองคนให้รู้จักกับอันชิงอวี๋ แล้วนั่งลง“อ้อใช่ พวกคุณรู้จักอู๋เหลาโก่วไหม?” หลินชีเยี่ยถามขึ้นมาราวกับนึกอะไรขึ้นได้“อู๋เหลาโก่ว?” หวังลู่กับฟางหยางฮุยสบตากัน “รู้จักบ้างนิดหน่อย”ดวงตาของหลินชีเยี่ยเป็นประกาย “เล่าให้ผมฟังหน่อยได้ไหม?”“ทำไมนายถึงสนใจเขาขึ้นมาล่ะ?”“พวกเราอยู่ในโรงพยาบาลจิตเวชหยางกวงด้วยกัน เคยเจอกันสองสามครั้ง ก็เลยอยากรู้”หลินชีเยี่ยไม่ได้พูดความจริง ไม่ใช่เพราะเขาไม่ไว้ใจทั้งสองคน แต่เพราะเรื่องของอู๋เหลาโก่วยังไม่ชัดเจน การพูดถึงเรื่องที่เขาสามารถเข้าไปในความฝันของคนอื่นได้อาจจะก่อให้เกิดปัญหา ในศูนย์ไจเจี้ยแห่งนี้ ระมัดระวังไว้หน่อยจะดีกว่า“พวกเราอยู่ในศูนย์ไจเจี้ยมาพักใหญ่แล้ว ก็เคยเห็นอู๋เหลาโก่วสองสามครั้ง……ฉันรู้แค่ว่าเขาเคยเป็นสมาชิกของหน่วยร่างทรง แต่ภายหลังถูกขับออกจากหน่วยเพราะเรื่องอะไรสักอย่าง แล้วก็……” ฟางหยางฮุยดูลังเลเล็กน้อย“แล้วก็อะไร?”“ตอนที่อยู่ข้างนอก ฉันเคยได้ยินข่าวลือว่า……สาเหตุที่อู๋เหลาโก่วเสียสติก็เกี่ยวข้องกับหน่วยร่างทรง แถมจนถึงตอนนี้ คนในหน่วยร่างทรงก็ยังตามล่าเขาอยู่”“ตามล่าเขา?” อันชิงอวี๋ถามอย่างสงสัย “เขาเคยเป็นสมาชิกหน่วยร่างทรง แล้วทำ