คนที่บอกเรื่องนี้กับคุณ เขาบอกไหมว่าพรุ่งนี้เขาชอบกินอะไร?”อู๋เหลาโก่วเอียงหัว ขมวดคิ้วแน่น ราวกับกำลังพยายามนึกอย่างสุดความสามารถ หลังจากผ่านไปสองสามวินาทีเขาจึงตอบ “ดูเหมือนจะเป็น……ขนมกรอบมหัศจรรย์ที่แม้แต่ปิกาจูกินแล้วยังบอกว่าอร่อยสุดๆ”หลินชีเยี่ยจดจำคำพูดของอู๋เหลาโก่วไว้ในใจ ตั้งใจว่าจะลองตรวจสอบด้วยตัวเองในช่วงเวลาอิสระพรุ่งนี้หลินชีเยี่ยถามว่า “ดังนั้น ปกติเวลาคุณว่างๆ คุณชอบเข้าไปในความฝันของคนอื่นบ่อยๆ เหรอ?”อู๋เหลาโก่วคิดสักครู่ แล้วตอบอย่างจริงจัง “ตอนเบื่อๆ ก็จะทำ”“คราวหน้าอย่าเข้ามาในความฝันของผมอีกนะ”“ทำไมล่ะ?”หลินชีเยี่ยยักไหล่อย่างจนปัญญา “นี่มันเรื่องส่วนตัว ถ้าวันไหนผมฝันเรื่องน่าอายแล้วคุณเห็นเข้าจะทำยังไง?”“แล้วถ้าเห็นจะเป็นไรล่ะ?” อู๋เหลาโก่วถามอย่างสงสัย “พวกเราไม่ใช่เพื่อนกันหรอกเหรอ?”“เพื่อนเหรอ?” หลินชีเยี่ยชะงัก“นายเคยอยู่เป็นเพื่อนฉันดูดอกไม้เล็กๆ ต้นหญ้าเล็กๆ ก้อนหินเล็กๆ……แบบนี้ยังไม่ใช่เพื่อนกันอีกเหรอ?”หลินชีเยี่ยอ้าปากค้าง เหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็ส่ายหน้า “งั้นคุณควรจะบอกผมสิว่าคุณเป็นใครกันแน่?”“ฉันน่ะเหรอ?” อู๋เหลาโก่วพูดอย่างจริงจัง “ฉันคือลูกหมาน้อย”