เรื่องให้นายเหรอ?”หลินชีเยี่ยชะงัก“บางที……โรงพยาบาลจิตเวชหยางกวงอาจจะไม่มีลานกิจกรรมเฉพาะก็ได้? ตอนแรกที่หมอบอกฉัน ก็ให้ฉันมาที่ลานกิจกรรมร่วมเลย” หลินชีเยี่ยพูดอย่างไม่แน่ใจ“แม้จะใช้ลานกิจกรรมร่วมกัน แต่ตอนที่นายเจอปัญหา ทำไมทางโรงพยาบาลถึงไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย?” อันชิงอวี๋พูดต่อ “ฉันคิดว่าโรงพยาบาลน่าจะมีหน้าที่รับประกันความปลอดภัยของคนไข้นะ? อย่างน้อยก็ควรจัดพยาบาลมาดูแลนายสักสองสามคน เพื่อป้องกันไม่ให้นายเกิดอุบัติเหตุอะไร”หลินชีเยี่ยจมอยู่ในภวังค์ความคิด……คำพูดของอันชิงอวี๋ช่างเบิกเนตรเขาจริงๆ เขาอยู่ในสถานการณ์นี้มาตลอด ก่อนหน้านี้ไม่เคยรู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติแต่ตอนนี้เมื่อคิดดูดีๆ แล้ว การให้ผู้ป่วยจิตมาอยู่ในลานกิจกรรมของเรือนจำ มันช่างแปลกประหลาดเหลือเกิน อีกทั้งยังไม่มีคนคอยคุ้มครองสักคนราวกับว่า… พวกเขาอยากให้หลินชีเยี่ยเจอเรื่องยุ่งยากเสียด้วยซ้ำหลินชีเยี่ยหันไปมองยังตึกสีขาวหลังเตี้ยที่ตั้งอยู่ใจกลางศูนย์ไจเจี้ยซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก ดวงตาฉายแววสงสัย‘พวกเขาต้องการทำอะไรกันแน่?’…โรงพยาบาลจิตเวชหยางกวงศูนย์วิจัยในห้องขนาดใหญ่ จอภาพขนาดใหญ่มากมายแขวนเรียงรายอย่างเป็นระเบียบบนผนัง ภาพที่ฉายอยู่คือภาพจากกล้องวงจรปิดหลายมุมที่ถ่ายในโรงอาหารเมื่อไม่กี่นาทีก่อนมุมกล้องทั้งหมดช่างแยบยล ชัดเจนว่าไม่ใช่ภาพจากกล้องวงจรปิดที่เห็นได้ชัดเจน แต่เป็นภาพจากกล้องขนาดจิ๋วที่ซ่อนอยู่ตามซอกมุมต่า