งข้างๆ ให้ลูกน้องคนนั้นก็พาคนสิบกว่าคนเดินไปทางหลินชีเยี่ยอย่างดุดันหลินชีเยี่ยรับถาดอาหารแล้วหันหลัง เตรียมหามุมที่ห่างจากลูกพี่หันและพวกเพื่อกินข้าวพอเขาหันมาก็เห็นลูกพี่หันพาลูกน้องมาล้อมใครบางคนไว้ แต่นักโทษที่ยืนล้อมอยู่มากเกินไป หลินชีเยี่ยก็เลยมองไม่เห็นว่าเป็นใคร แต่หลินชีเยี่ยก็ไม่ได้สนใจมากนัก เพราะอย่างไรก็ไม่เกี่ยวกับเขาอยู่แล้ว‘พวกแกตีกันไป ฉันก็กินของฉัน ถ้าแกไม่มายุ่งกับฉันก่อน ฉันก็ขี้เกียจไปหาเรื่อง’แต่แล้วความคิดที่จะกินข้าวอย่างสงบของหลินชีเยี่ยก็พังทลายนักโทษสิบกว่าคนเดินมาล้อมหลินชีเยี่ยไว้อย่างดุร้าย คนที่นำหน้ามา มองหลินชีเยี่ยอย่างเย็นชาแล้วพูดขึ้นว่า“คนป่วย ลูกพี่ของพวกเรามีธุระกับนาย! ไปกับพวกเราเถอะ!?”หลินชีเยี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย “มีธุระอะไรกับฉัน?”สายตาของเขามองผ่านคนตรงหน้าไปยังกลุ่มคนที่รวมตัวกันอยู่ที่มุมโรงอาหาร หลังจากนักโทษสิบกว่าคนนี้จากมา วงล้อมก็ขาดไปมุมหนึ่ง หลินชีเยี่ยจึงสามารถมองเห็นเด็กหนุ่มที่ถูกล้อมอยู่ตรงกลางได้อย่างชัดเจน ทันใดนั้นก็ตกอยู่ในอาการตกตะลึงจากนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง รู้สึกสนใจขึ้นมาทันที!“ยังไง? ไม่ไป?!” นักโทษที่เป็นผู้นำสีหน้าเย็นชาขึ้นมา“ไป” หลินชีเยี่ยพยักหน้า “แน่นอนว่าไป”เห็นสีหน้าของหลินชีเยี่ยเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว นักโทษคนนั้นก็ตกตะลึงเช่นกัน ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็พาหลินชีเยี่ยไปพบกับลูกพี่หัน“ไอ้หนู พวกเรา